สาระน่ารู้

สุขภาพน่ารู้ !! สัญญาณเตือน หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท

อธิบดีกรมการแพทย์เผยกลุ่มหนุ่มสาววัยทำงาน ป่วยเป็นโรคหมอนรองกระดูกสันหลังทับเส้นประสาทเพิ่มมากขึ้น ชี้หากมีอาการปวดหลังมากกว่า 2 สัปดาห์ขึ้นไป ให้รีบพบแพทย์ทันที นายแพทย์สุพรรณ ศรีธรรมมา อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า โรคกระดูกสันหลังทับเส้นประสาท คือ ภาวะที่เกิดจากการเสื่อมสภาพของโครงสร้างกระดูกสันหลัง ซึ่งเกิดจากอายุที่มากขึ้นและการเสื่อมสภาพของร่างกาย การยกของหนัก การสูบบุหรี่ ตลอดจนอุบัติเหตุกระแทกบริเวณกระดูกสันหลังบ่อย ๆ ทำให้กระดูกสันหลังเสื่อมเร็วขึ้น จากการเสื่อมของหมอนรองกระดูกสันหลัง ทำให้เกิดการทรุดตัวของโครงสร้างกระดูกตามไปด้วย ร่างกายจะมีการตอบสนองโดยการสร้างกระดูกงอก หรือหินปูนขึ้นมาเพื่อต้านการทรุดตัว แต่โดยปกติแล้วกระดูกงอก ที่ร่างกายสร้างขึ้นมาใหม่ส่วนใหญ่จะไม่มีอาการ แต่บางรายเกิดกระดูกสันหลังทับเส้นประสาทและทำให้เกิดอาการปวดร้าวไปตามเส้นประสาทของร่างกายได้ ที่ผ่านมาพบผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาอาการปวดหลังเรื้อรังเพิ่มมากขึ้นในทุกช่วงอายุและในหลากหลายอาชีพ โดยเฉพาะหนุ่มสาววัยทำงานช่วงอายุตั้งแต่ 25-50 ปี สาเหตุอาจมาจากการทำงานที่เคร่งเครียด ไม่มีการปรับเปลี่ยนอิริยาบถ ส่งผลให้ร่างกายเกิดการอ่อนล้าและเสื่อมสภาพลงไป โดยผู้ป่วยจะมีอาการ คือ ปวดหลัง เป็น ๆ หาย ๆ เป็นเวลานานมากกว่า 2 สัปดาห์ขึ้นไป ปวดขาตั้งแต่บริเวณสะโพกร้าวไปบริเวณน่อง เท้า ซึ่งจะปวดมากเวลาเดิน ต้องหยุดเดินเป็นระยะ ๆ อาการปวดหลังร้าวลงขาข้างใดข้างหนึ่งหรือทั้งสองข้างถือเป็นอาการเด่นของโรค ผู้ป่วยจะมีอาการปวดมากหรือปวดน้อยขึ้นอยู่ว่ากดมากหรือน้อยเป็นสำคัญ …

Read More
สาระน่ารู้

เตือนโรคร้าย!!สถาบันมะเร็งแห่งชาติเตือนหญิงไทยตระหนักภัยร้ายมะเร็งเต้านม ก่อนสายไป

สถาบันมะเร็งแห่งชาติรณรงค์ต้านภัยมะเร็งเต้านม พบกลุ่มเสี่ยงมะเร็งเต้านมส่วนใหญ่ในหญิงที่มีอายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป แนะให้หญิงไทยตรวจเต้านมด้วยตนเองอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้งหากพบความผิดปกติ   รีบปรึกษาแพทย์ มะเร็งเต้านมระยะเริ่มต้นสามารถรักษาหายได้ นายแพทย์วีรวุฒิ อิ่มสำราญ ผู้อำนวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติ  กรมการแพทย์กล่าวว่า เดือนตุลาคม เป็นเดือนรณรงค์ต้านภัยมะเร็งเต้านมทั่วทั้งโลกเพื่อให้ตระหนักถึงภัยร้ายจากโรคมะเร็งเต้านม เนื่องด้วยมะเร็งเต้านมเป็นมะเร็งที่พบมากที่สุดเป็นอันดับ 1 ในหญิงไทยและสตรีทั่วโลก และประเทศไทยมีแนวโน้มพบผู้ป่วยจำนวนเพิ่มขึ้นขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากข้อมูลในปี 2554 พบผู้ป่วยรายใหม่ 12,613 คน หรือคิดเป็นอุบัติการณ์ 28.5 คนต่อประชากร 100,000 คน ทั้งนี้กลุ่มเสี่ยงมะเร็งเต้านมส่วนใหญ่จะพบในหญิงที่มีอายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งเต้านม มะเร็งรังไข่  มีประวัติเคยเป็นมะเร็งเต้านมมาก่อน หรือเคยมีประวัติผ่าตัดเต้านมและมีผลชิ้นเนื้อผิดปกติ  มีประจำเดือนครั้งแรกก่อนอายุ 12 ปี หมดประจำเดือนหลังอายุ 55 ปี เคยรับการฉายรังสีบริเวณทรวงอก ก่อนอายุ 30 ปี การดื่มแอลกอฮอล์  และใช้ยาฮอร์โมนเพศหญิงทดแทนนานกว่า5ปี สำหรับวิธีการป้องกันและลดความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งเต้านมถือเป็นเรื่องสำคัญที่ผู้หญิงทุกคนสามารถทำได้ด้วยการตรวจเต้านมด้วยตนเองเป็นประจำทุกเดือนและควรได้รับการตรวจจากแพทย์หรือพยาบาลเป็นประจำทุกปี …

Read More
สาระน่ารู้

รีบเช็คก่อนสายไป!!“ตุ่มน้ำใสๆ” บนนิ้วมือ นิ้วเท้าเป็นสัญญาณเตือนโรคบางอย่าง

ทุกคนไม่มีใครอยากจะป่วยกันหรอกยิ่งถ้าป่วยหนักยิ่งไม่อยากเป็นกันเข้าไปใหญ่เพราะอาจจะต้องหยุดงานหยุดเรียนเพื่อไปหาหมอแต่ถ้าป่วยแบบเบาๆเช่นปวดหัวเป็นหวัดเป็นไข้ก็แค่ซื้อยามากินแต่รู้กันไหมว่าอาการบางอย่างที่เราคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดาไม่มีอะไรแต่มันกลับเป็นสัญญาณเตือนถึงโรคภัยที่เรากำลังเป็น ตุ่มน้ำใสๆที่เกิดขึ้นตามนิ้วมือนิ้วเท้าของเราหลายคนอาจจะคิดว่ามันเป็นเรื่องปกติก็แค่อาการแพ้อะไรสักอย่างธรรมดาแต่รู้กันไหมว่าไอ้เจ้าตุ่มน้ำใสๆนี่แหละเป็นสัญญาณเตือว่าตัวเรากำลังป่วยควรหันกลับมาใส่ใจดูแลสุขภาพตัวเองได้แล้ว DyshidroticEczemaคือมีตุ่มน้ำใสขึ้นที่มือหรือเท้าบางครั้งมีอาการปวดแสบหรือคันก่อนที่ผื่นจะขึ้นคนที่เป็นบ่อยๆจะมีอาการเดือนละครั้งบางคนจะมีอาจจะมีอาการปีละครั้งลักษณะผื่นที่พบคือเป็นตุ่มน้ำใสขนาดประมาณ1มิลลิเมตรหรือเล็กกว่าที่ปลายนิ้วด้านข้างของนิ้วฝ่ามือฝ่าเท้าตุ่มน้ำนี้มักจะหนาๆและอยู่ลึกๆที่ผิวจะแดงๆหรือบวมขึ้นเล็กน้อยบางครั้งตุ่มน้ำเล็กๆเหล่านี้จะมารวมกันเป็นตุ่มที่ใหญ่ขึ้นอาการคันหรือเจ็บ จะแย่ลงเมื่อถูกน้ำหรือถูกสบุ่หรือสารเคมีอื่นๆหากเกาผื่นแรงๆตุ่มน้ำจะแตกออกและมีของเหลวไหลออกมาทำให้ผิวหนังหนาๆแข็งๆและแตกง่ายและจะใช้เวลาเป็นสัปดาห์หรือเป็นเดือนกว่าจะหายDyshidroticEczemaเป็นหนึ่งภาวะการแพ้ของผิวหนังอาการที่เป็นคือพบเป็นผื่นที่ฝ่ามือฝ่าเท้าหรือด้านข้างของนิ้วคำว่าdyshidroticมีความหมายว่าเหงื่อที่ไม่ดีตุ่มน้ำเล็กๆที่ขึ้นนี้จะมีอาการคันมากและมักจะเป็นด้านข้างๆของนิ้วมือและเท้าตอนแรกจะเห็นเป็นจุดเล็กๆขึ้นต่อมาก็จะรวมกันหลายๆเม็ดกลายเป็นผื่นขึ้นบ่อยครั้งที่ตุ่มน้ำจะแตกและมีน้ำเหลืองไหลออกมาโอกาสที่จะกลับมาเป็นอีกพบได้ค่อนข้างบ่อยอาการผื่นที่เรียกว่าeczemaเป็นรูปแบบหนึ่งของผิวหนังอักเสบ ของชั้นบนของผิวหนังและมักจะเป็นผื่นที่มีอาการเรื้อรังมีการแดงบวมคันและผิวหนังแห้งบางครั้งจะมีสะเก็ดแตกหรือมีน้ำเหลืองไหลออกมาด้วยรูปแบบที่พบบ่อยที่สุดของEczemaเรียกว่าatopiceczemaซึ่งอาจจะมีสาเหตุจากพันธุกรรมอีกแบบคือcontactdermatitisซึ่งเกิดจากการระคายเคืองจากสารเคมีหรือสารอื่นโรคผิวหนังเหล่่านี้จะไม่ติดต่อกันและสามารถรักษาให้หายขาดได้ ปัจจัยเสี่ยงทำให้มีอาการได้แก่ –ความเครียด –ประวัติในครอบครัว –การทำงานบางอย่างที่ต้องสัมผัสสารเคมี –การสัมผัสกับโลหะบางชนิด –การทำงานเกี่ยวกับจิวเวอรี่ –การได้รับยาที่กดภูมิคุ้มกันของร่างกาย การรักษา –การใช้ครีมsteroidยาที่ใช้จะเป็นครีมหรือขี้ผึ้งค่อนข้างแรง(High-potency)เพื่อช่วยให้หายเริ่มขึ้นและลดตุ่มน้ำใสที่เกิดขึ้นและลดการเกิดรอยแตกหลังจากที่ตุ่มน้ำแตกไปแล้วแต่ถ้าคนที่เป็นมากอาจจะต้องใช้ชนิดรับประทาน –การประคบด้วยน้ำเย็นหรือความเย็นจะช่วยลดอาการคันได้และยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของครีมsteroidทั้งยังลดตุ่มน้าได้ด้วย –การใช้ยาแก้แพ้แก้คันเช่นzyrtecataracในคนที่มีอาการคันมาก –การฉายแสงUVที่เรียกว่าpsoralenplusultravioletA(PUVA) –การใช้ครีมที่กดภูมิต้านทานImmune-suppressingointmentsเช่นยาtacrolimus(Protopic)andpimecrolimus(Elidel)อาจจะเป็นอีกทางเลือกหากวิธีข้างต้นไม่ได้ผลแต่อาจจะมีผลข้างเคียงที่ทำให้ติดเชื้อที่ผิวหนังได้ –การฉีดBotulinumtoxininjectionsแพทย์บางท่านอาจจะแนะนำใ้หฉีดBotulinumtoxinในรายที่มีอาการรุนแรงแต่เป็นวิธีการรักษาที่อาจจะยังไม่แพร่หลายและยังไม่ได้การยอมรับเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ –เราสามารถป้องกันDyshidroticeczemaได้โดย –หลีกเลี่ยงเหงื่อที่มากเกินไป –อย่าล้างมือด้วยสบู่บ่อยเกินไปทาโลชั่นหลังล้างมือทุกครั้ง –ระวังอย่าให้มือและเท้าแห้งเกินไป –หลีกเลี่ยงการสัมผัสสารเคมีโลหะหรือจิวเวลรี่ –ไม่ควรล้างมือด้วยสบู่บ่อยเกินไป –อาบน้ำด้วยสบู่อ่อนๆและล้างสบู่ออกให้สะอาด –พยายามให้เท้าไม่อับชื้นเกินไป –ถ้าหากจำเป็นต้องสัมผัสกับสารเคมีอาจจะใส่ถุงมือ –พยายามระวังเรื่องความเครียด บ่อยครั้งที่ไม่สามารถหาสาเหตุที่ชัดเจนที่ทำให้เกิดผื่นเหล่านี้แต่ที่พบได้บ่อยก็คือมีโรคผิวหนังอักเสบในครอบครัวก่อนที่จะมีอาการจะได้ประวัติว่ามีการสัมผัสกับสารเคมีบางชนิดเช่นนิเกิลโคบอลหรือโลหะบางอย่างปัจจัยอย่างอย่างที่มีส่วนเกี่ยวข้องบ่อยๆก็คือเรื่องของความเครียดเรื่องสิ่งแวดล้อมเช่นอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงมากๆการสูบบุหรี่และการดื่มกาแฟก็เป็นปัจจัยที่ทำให้กระตุ้นให้มีอาการได้หลายคนเริ่มมีอาการหลังจากการติดเชื้อราที่ผิวหนังหรือที่เล็บ ขอบคุณRAMACHANNEL เรียบเรียงและเขียนข่าวโดย พัชรพรนาคประดิษฐ์:ทีมงานที่สุดดอทคอม ปรึกษาปัญหาสุขภาพและถามตอบภูมิสมดุล โทร.093-974-5878 Line : 989shop http://www.bim100.site http://www.phumsomdul.club https://www.facebook.com/bim100.site

Read More
สาระน่ารู้

โรคสายตาสั้นเทียมคืออะไร แล้วเกิดจากอะไร

สายตาสั้นเทียม (Pseudomyopia)  เกิดจากการเพ่งที่มากเกินไปนานเกินไปโดยเฉพาะการมองใกล้ๆ เพราะปกติแล้วทุกคนเวลามองใกล้ กล้ามเนื้อในตาต้องหดตัวเพื่อให้เลนส์ตาโป่งออก เราจึงเห็นใกล้ๆ ชัด เมื่อเราเลิกมองใกล้กล้ามเนื้อตาจะคลายตัวโดยอัตโนมัติ ทำให้เราเห็นที่ไกลชัดตา สายตาสั้นเทียมเริ่มพบมากขึ้นในสมัยนี้ สมัยที่ทุกคนก้มหน้าดูแต่จอมือถือ คอมพิวเตอร์เกือบตลอดเวลา สังเกตได้อย่างไรว่าน่าจะเป็น สายตาสั้นเทียม – อาการมองไกลไม่ชัดนี้จะเป็นๆหายๆ เช่น บางทีเห็นชัดดี บางทีมัวมาก มักมัวมากหลังจากใช้สายตาที่ใกล้นานๆ – อาจมีอาการปวดตา ปวดหัวร่วมด้วยเวลาใช้สายตา – อาจมีอาการคลื่นไส้อาเจียน ร่วมด้วยหลังใช้สายตานานๆ – ใส่แว่นสายตาสั้นแล้วมองใกล้ไม่ชัด และอาจปวดตา ปวดหัวมากขึ้น – พบบ่อยในคนอายุน้อยที่ใช้สายตามองใกล้นานๆ เพราะคนอายุน้อยจะมีกำลังในการเพ่งมาก สายตาสั้นเทียมมีสาเหตุจากอะไร  1. ใช้สายตามองใกล้ เช่น เพ่งมองคอมพิวเตอร์ เล่นเกมส์ ใช้โทรศัพท์มือถือ ฯลฯ นานเกินไป 2. จากมีโรคทางสมองที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของระบบประสาทอัตโนมัติชนิด Parasympathetic มากเกินไปเช่น จากอุบีติเหตุที่สมอง 3. มีโรคตาบางอย่างทำให้ Ciliary …

Read More
สาระน่ารู้

น้ำวุ้นตาเสื่อม อันตรายจากการใช้คอมพิวเตอร์หรือมือถือ มีวิธีดูแลอย่างไร

เทคโนโลยีในปัจจุบันมีความก้าวหน้าไปอย่างมาก ทั้งทางด้านคอมพิวเตอร์ มือถือ โดยเฉพาะบนมือถือที่มีฟังก์ชั่นการใช้งานที่หลากหลาย เช่นการสื่อสาร การเล่นเกมส์ ดูหนัง ฟังเพลง ล้วนแล้วแต่มีความสะดวกสบาย แต่ปัญหาที่ตามมาคือ สุขภาพ ซึ่งแน่นอนว่าดวงตาของเราย่อมได้รับผลกระทบจากการใช้งานสิ่งเหล่านี้อย่างแน่นอน อาการวุ้นตาเสื่อม ภัยเงียบใกล้ตัว โดยปกติ ลูกตาเราจะมีวุ้นตา (vitreous) อยู่ภายในช่องตาส่วนหลังเพื่อคงรูปร่างของลูกตา ตั้งแต่เกิดวุ้นตาจะมีลักษณะเป็นเจลหนืด ใส ยึดติดกับจอตาที่บุอยู่ภายในลูกตาโดยรอบ ซึ่ง 99% ของวุ้นตาเป็นน้ำ ส่วนที่เหลือประกอบด้วยโปรตีน เส้นใย เช่น คอลลาเจน กรดไฮยาลูโรนิก และสารเกลือแร่ต่างๆ เมื่อเข้าสู่วัยกลางคนหรืออาจจะเร็วขึ้นในบางภาวะ วุ้นตาจะเสื่อมตัวกลายสภาพเป็นน้ำ เส้นใยไฟเบอร์ขนาดเล็กในตาจะหดจับกันเป็นก้อนตะกอนขุ่น และวุ้นตาจะลอกออกจากผิวจอตา ทำให้เห็นเป็นเงาดำ อาจเป็นจุดเล็กๆ เส้นๆ หรืออาจเป็นวงๆลอยไปมาในตา เรียกภาวะนี้ว่า posterior vitreous detachment (PVD) ซึ่งเกิดจากการหลุดลอกของวุ้นตาที่เกาะอยู่เป็นวงรอบขั้วประสาทตา ขณะที่วุ้นตาลอกตัวจากจอตา อาจมีการดึงรั้งของวุ้นตาที่จอตาบางบริเวณที่ยึดติดแน่น ทำให้เกิดการฉีกขาดที่จอตา พบได้ 10-20% ของผู้ป่วยที่มีวุ้นตาเสื่อม …

Read More
สาระน่ารู้

โรคสะเก็ดเงิน หรือ เรื้อนกวาง (Psoriasis) พร้อมวิธีดูแลแบบธรรมชาติ

ร่างกายมนุษย์เราในการป้องกันหรือลดอาการผิดปกติในร่างกาย ซึ่งบั่นทอนสุขภาพนี้ เกิดจากการที่ร่างกายสามารถปรับภูมิคุ้มกันให้มีระดับสมดุลอยู่ตลอดเวลา ไม่อยู่ในระดับมากเกินไปจนเกิดอาการผิดปกติ เช่น โรคที่เกิดจากการแพ้ภูมิตัวเอง (Auto-Immune Diseases) และไม่อยู่ในระดับที่น้อยเกินไปจนติดเชื้อและถูกกระทบโดยสิ่งแปลกปลอมได้ง่าย อีกนัยหนึ่ง คือ เกิดภาวะภูมิบำบัด (Auto Immunotherapy) ที่ทำให้เกิดภาวะภูมิคุ้มกันสมดุล (Immunomodulation หรือ Immune Balance) ขึ้นในร่างกายนั่นเอง โรคสะเก็ดเงิน หรือ เรื้อนกวาง (อังกฤษ: Psoriasis) เป็นโรคผิวหนังเรื้อรัง ซึ่งเกิดจากการหนาตัวของชั้นหนังกำพร้า มีลักษณะเป็นตุ่มหรือปื้นแดง ที่มีขุยหรือสะเก็ดขาวติดอยู่ รอยโรคมักเกิดกับผิวหนังบริเวณที่ถูกเสียดสีบ่อยๆ รวมทั้งที่ศีรษะและเล็บด้วย ร้อยละ 30 ของผู้ป่วยจะมีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคนี้ด้วย โรคนี้ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด เชื่อว่าอาจเกี่ยวข้องกับความผิดปกติทางพันธุกรรม และยังพบว่ายังเกี่ยวข้องกับความผิดปกติอื่นๆ เช่น ความผิดปกติใน metabolism ของ Arachidonic acid และความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันของผิวหนัง บริเวณรอยโรคของ Psoriasis เซลล์ผิวหนังในชั้น epidermis มีการแบ่งตัวเร็วกว่าปกติหลายเท่า และเคลื่อนตัวมาที่ผิวนอกภายในเวลา …

Read More