สาระน่ารู้

ปลูกพริกให้ได้ผลเร็ว

เกษตรกรหรือคนชอบปลูกผักสวนครัวหลาย ๆ ท่านคงเคยหว่านเมล็ดพริกกันใช่ไหมค่ะ พอหว่านแล้วประมาณ 30 วัน ก็จะได้กล้าพริกสีเขียวน่ารัก ๆ หลาย ๆ ต้น จากนั้น เกษตรกรก็จะทำการถอนกล้าพริกไปปลูกตามบริเวณต่าง ๆ มากหรือน้อยขึ้นอยู่กับความต้องการ บางท่านก็ปลูกไว้กินเองในครัวเรือน บางท่านก็ต้องการจะปลูกเพื่อจัดจำหน่ายอันนี้ก็แล้วแต่การตลาดของแต่ละท่าน แต่ปัญหาที่หลาย ๆ ท่านที่ปลูกกล้าประสบปัญหาคือ “เอ๋ ทำไมเมื่อถอนกล้าพริกไปปลูกใหม่ต้นถึงเหี่ยวเฉาจัง” กว่ากล้าพริกจะฟื้นคืนเป็นต้นเขียวเหมือนเดิมก็ใช้เวลาเป็นสัปดาห์ บางต้นที่โชคร้ายก็ตายเลยทำให้เสียหล้าพริกไปหลาย ๆ ต้นวันนี้เว็บไซต์ของเรามีวิธีขยายกล้าพริกให้ได้ผลดีมาฝากกัน ซึ่งเป็นประสบการณ์โดยตรงที่ผู้เขียนได้พบและสัมผัสมาเอง ขอบอกว่าได้ผลดีจริง ๆ ค่ะ การจะขยายกล้าพริกที่ได้ผลนี้ คือ เมื่อเราเพาะกล้าพริกได้แล้ว เมื่อจะขยายกล้าพริกไปปลูกบริเวณอื่น ให้ใช้จอบ เสียม หรือพลั่วพรวนดินของเรา ช้อนใต้ต้นพริกโดยช้อนให้ลึกให้ได้ดินใต้ต้นกล้าพริกขึ้นมาด้วย จากนั้นก็นำไปวางตามบริเวณที่เราต้องการปลูกได้เลย ต้นกล้าพริกก็จะไม่เหี่ยวเฉาแต่กลับจะเจริญเติบโตไปได้เลย เหมือนกลับเราไม่เคยย้ายที่ปลูกมาก่อน แค่นี้เราก็จะได้กล้าพริกที่เติบโตเร็ว และมีโอกาสตายน้อยลงแล้ว อีกอย่างการขยายกล้าพริกควรขยายตอนเช้าหรือตอนเย็นนะค่ะ เพราะกล้าพริกจะได้ไม่ต้องเสี่ยงต่อการเหี่ยวเฉา หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้คุณผู้อ่านสามารถปลูกพริกไว้รับประทานได้ตลอดทั้งปีนะค่ะ บทความโดย artrefinance.com

Read More
สาระน่ารู้

หน่อไม้ส้ม-การถนอมสินค้าเกษตร

ช่วงนี้ฝนกำลังตกชุก หลาย ๆ บ้านคงมีก่อไผ่กัน ณ ตอนนี้กอไผของท่านคงมีหน่อไม้เกิดขึ้นกันอย่างมากมายหลายคนยิ้มแก้มปริจะได้กินหน่อไม้ให้อร่อยกันหละทีนี้ แต่พอ 2 อาทิตย์ผ่านไปเกษตรกรหลายท่านกำลังจะกลับไปขุดหน่อไม้มาขายหรือจะเอามากินแต่ปรากฏว่าเจ้าหน่อไม้สูงขึ้นกลายเป็นต้นไผ่เสียแล้ว อดกินเลย หน่อไม้พอระยะเวลาผ่านไปจะเติบโตขึ้นทำให้ลำต้นไผ่แข็งขึ้นไม่สามารถรับประทานได้ แล้วเกษตรกรจะทำอย่างไรดีถึงจะให้เจ้าหน่อไม้สามารถใช้ประโยชน์ได้มากและนานขึ้น วันนี้เราเลยมีวิธีแปรรูปหน่อไม้มาฝากกันนั้นก็คือ การทำหน่อไม้ส้ม (การดองหน่อไม้) ขั้นตนเป็นอย่างไรมาดูกัน 1.ขุดหน่อไม้มาจากกอไผ่ ปลอกเปลือกให้เรียนร้อย 2.สับหน่อไม้ให้เป็นเส้นฝอย ๆ บาง ๆ จนหมด 3.นำหน่อไม้ของเราไปล้างน้ำให้สะอาด จากนั้นให้หาพาชนะใหญ่ ๆ พอกับปริมาณหน่อไม้ที่เราสับไว้ 4.เทน้ำเปล่าลงในหน่อไม้ให้พอท่วมหน่อไม้ แช่ไว้ 1 คืนให้หน่อไม้อ่อนเสียก่อน 5.จากนั้นนำหน่อไม้ขึ้นมาจากน้ำที่แช่ ใส่เกลือลงไปในหน่อไม้ คันหรือขยำให้หน่อไม้เข้า กับเกลือใช้ลิ้นแตะน้ำหน่อไม้ที่เราขยำดู ถ้าน้ำมีรสเค็มแล้วให้พอให้การใส่เกลือ 6.จากนั้นบรรจุในภาชนะฝาปิดมิดชิด (ผู้เขียนบรรจุในน้ำอัดลม เพราะสะดวกต่อการใช้ทำอาหารแต่ละครั้ง และสะดวกในการจำหน่าย)เพียงเท่านี้ท่านเกษตรกรจะได้สินค้าเกษตรแปรรูปใหม่อีก 1 ชนิดแล้วอยากจะบอกว่าแกงได้ แซบมาก 1 เดือนหน่อไม้ก็ใช้แกงได้แล้ว อยู่นานได้ถึง 3-4 เดือนเลยทีเดียว อย่างไรว่าง ๆ …

Read More
เมนูเด็ด

หมกปลาอาหารอีสานบ้านเฮา

หน้าฝนแบบนี้เป็นฤดูการปลูกข้าวของชาวอีสานเรา วันนี้ผู้เขียนมีวิธีการทำหมกปลาแบบบ้านๆแก้อาการของคนไกลบ้านที่กำลังนั่งเหงาคิดถึงบ้านวิธีการทำหมกปลาทำยังไงหละมาดูกันค่ะ วันนี้ผู้เขียนขอแนะนำวิธีการทำหมกหม้อนะค่ะเพื่อง่ายต่อการหาอุปกรณ์ของคนอยู่ในเมืองไกล 1. ซื้อปลาสำหรับทำอาหาร (ปลาดุก ปลาช่อน ปลาหมอ เป็นต้น ให้เหมือนกับหมกปลาแถวบ้านเฮา) 2. ซื้อเครื่องปรุง ได้แก่ ใบแมงลัก ผักหอม พริกสด ตะไคร้ 3. หลังจากได้ปลาและเครื่องปรุงแล้ว ให้ทำวิธีแร่ปลาโดยการเอาเครื่องในปลาออก หลังจากนั้น ล้างน้ำให้สะอาด หั่นปลาเป็นชิ้นๆ เพื่อให้น่ากินและสุกเร็วขึ้นจากนั้นนำลงหม้อ 4. โขลกพริกแล้วนำลงในหม้อ หั้นตะไคร้เป็น 3 ส่วน จากนั้นนำไปทุบๆ แล้วเอาลงหม้อ 5. หั่นหอมเป็น 3 ส่วนนำลงหม้อ 6. เติมน้ำลงในหม้อประมาณ 200 มิลลิลิตร จากนั้นตั้งไฟร้อนปานกลางพอปลาใกล้สุกแล้วให้ใส่ผง ชูรสน้ำปลา ชิมรสตามชอบจากนั้นใส่ใบแมงลักลงไปเพื่อให้ได้กลิ่นหอม 7. ตักใส่ถ้วยพร้อมทานกับข้าวเหนี่ยวร้อน ๆ อยากจะบอกว่าไม่แตกต่างจากรสชาติที่เคยกินอยู่ที่ ราบสูงแดนดินถิ่นเกิดเลยหละค่ะ บทความโดย artrefinance.com ภาพจาก.Pantip.com

Read More
สาระน่ารู้

หอยเชอรี่ศัตรูข้าวที่มีประโยชน์

หน้าฝนแบบนี้เกษตรกรก็กำลังดีใจกันเนื้อเต้นเพราะจะได้ลงมือปลูกข้าวไว้กินและจัดจำหน่ายตามอาชีพของตน แต่พอลงมือปักกล้าข้าวที่บ้านเราเรียกว่าการดำนาได้เพียงไม่กี่วัน ต้นข้าวกำลังเจริญเติบโตที่ละนิดทีละน้อยเปรียบเหมือนเด็กทารกกำลังหัดเดินเตาะแตะ เกษตรกรต่างพากันช่วยทะนุถนอมแต่ก็เกิดเหตุขึ้นเมื่อเจ้าหอยเชอรี่มารร้ากลับมากัดกินต้นข้าวของเกษตรกรพังเสียหาย ด้วยความโมโหอยากหนักเกษตรกรก็เลยนำยาฆ่าหอยเชอรี่ไปหว่านลงนาข้าวทำให้น้ำในนาข้าวเป็นพิษต่อต้นข้าวเอง ต่อสัตว์น้ำอื่น ๆ รวมทั้งกับตัวเกษตรกรเอง น้ำในนาข้าวจะใช้ประโยชน์ไม่ได้อีก สัตว์น้ำก็ตาย วันนี้เรามีวิธีกำจัดหอยเชอรี่แบบยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวมาฝากกันค่ะ หอยเชอรี่ถือเป็นศัตรูข้าวก็จริง แต่ก็เป็นประโยชน์กับข้าวเช่นกัน โดยเพียงแค่เกษตรกรลงมือเก็บหอยเชอรี่ขึ้นมาจากนาข้าว ใส่เอาไว้ในกระสอบแล้วนำมาทุบให้หอยเชอรี่แตกออกจากนั้นนำลงไปแช่ลงในถังจากนั้นเติบนำลงไปพร้อมกับกากน้ำตาลในอัตราส่วน 3 : 2 : 1 แล้วปิดฝาถังให้สนิท หมั่นมาดูแลด้วยการกวนน้ำหมัก พอหอยเชอรี่เริ่มมีฟองอากาศขึ้นเยอะแล้ว (จะใช้เวลาประมาณ 30 วัน) เกษตรกรก็จะสามารถนำน้ำหมักนี่ไปใช้ฉีดพ่นในนาข้าว ผักสวนครัว หรือแม้แต่ต้นมันสำปะหลัง จะทำให้พืชมีสีเขียวชอุ่มมากขึ้น เติบโตเร็วขึ้น และได้ผลดีมากขึ้น เทคนิคอีกอย่างหนึ่งถ้าเรายิ่งทุบหอยละเอียดน้ำหมักจะยิ่งได้ผลเร็วขึ้นนะค่ะ แค่นี้ประโยชน์จากการทำน้ำหมักหอยเชอรี่ก็ได้ทั้ง 2 ข้อแล้ว คือข้อหนึ่ง กำจัดหอยเชอรี่ออกจากนาข้าวได้ ข้อสองได้ปุ๋ยหมักในการใช้บำรุงพืช ว่าแล้วจะโยชน์เยอะแบบนี้ผู้เขียนก็ขออนุญาตไปเก็บหอยในนาข้าวก่อนนะค่ะ บทความโดย artrefinance.com

Read More
สุขภาพ

คุณรู้หรือไม่ว่า โรควุ้นตาเสื่อมไม่จำเป็นต้องฉีดตา แต่สามารถดูแลด้วยธรรมชาติ (ชมคลิป)

ปัจจุบันโลกของเราเปลี่ยนไปแล้ว วิวัฒนาการทางเทคโนโลยีมีการเติบโตขึ้นอย่างมาก เด็กๆเล่นโทรศัพท์ เล่นเกมส์นานขึ้น ทำให้เกิดปัญหาสายตาเสื่อม และส่งผลให้สายตาเสียในอนาคตได้ ซึ่งปัญหาสายตาเสื่อมเกิดจากเนื้อเยื่อของตาเสื่อมตามธรรมชาติ เช่น วุ้นในตาเสื่อม สายตายาว ต้อกระจก ต้อหิน ม่านตาอักเสบ จอประสาทตาเสื่อม และเกิดจากอาการแพ้ภูมิตัวเอง เช่น เบาหวานขึ้นตา พังผืดที่ตา แต่ด้วยนวัตกรรมทางเทคโนโลยี ทำให้เราสามารถดูแลผู้ป่วยโรควุ้นตาเสื่อม โดยวิธีธรรมชาติ ที่เราเรียกว่า ภูมิคุ้มกันที่สมดุล ซึ่งนักภูมิคุ้มกันวิทยาพบว่า อาการเหล่านี้ เกิดขึ้นจากการสร้างสารจากเม็ดเลือดขาวที่ก่อการอักเสบ (Proinflammatory cytokines) มากเกินไป เช่น IL-1 beta , IL-6, IL-17 , TNF-alpha และ IFN-grmma ตัวอย่างอาการโรควุ้นตาเสื่อม คุณเคยสังเกตไหม ทำไมจึงมองเห็นเงาดำคล้ายหยากไย่หรือยุงบินไปมา แต่พอพยายามจ้องมองแล้วมันกลับลอยหายไปอย่างรวดเร็ว มักมองเห็นชัดเจนขึ้นเวลามองไปบนท้องฟ้าหรือพื้นผนังสีขาว หรือบางครั้งเห็นแสงไฟวาบขึ้นมาในตาทั้งๆที่อยู่ในที่มืด หลายคนคงเคยมีประสบการณ์นี้ และเกิดความวิตกกังวลว่ามันคืออะไร อันตรายไหม จะทำให้ตาบอดหรือไม่ อาการเหล่านี้เกิดจากภาวะที่เรียกว่า …

Read More
ไลฟ์สไตน์

ความสุขกับการทำงาน คือสะพานสู่ความสำเร็จ

คนเรามีหน้าที่การทำงานที่ต้องรับผิดชอบกันแตกต่างออกไป บางคนทำงานข้าราชการ บางคนค้าขาย บางคนทำธุรกิจส่วนตัว ซึ่งในตัวงานก็จะมีความแตกต่างกันออกไป ซึ่งถ้าหากถามว่าในแต่ะอาชีพมีความสุขไหม ตอบได้เลยว่า อยู่ที่ตัวเรา ซึ่งความเครียดหรือความกดดันในแต่ละอาชีพก็จะมีความกดดัน หรือภาระที่แตกต่างกัน เช่น อาชีพรับราชการ ก็ต้องตื่นแต่เช้า เพื่อไปทำงาน และก็กลับช่วงเย็น ซึ่งบางคนก็อาจจะชอบนอนดึก ทำให้หลักการตื่นเช้าตรงนี้ไปขัดแย้งกัน เริ่มเกิดความทุกข์ในใจ รู้สึกเบื่อ เหมือนไม่อยากจะไปทำงานอีก แสดงว่าความทุกข์ทั้งหมดเริ่มต้นจากอะไร งานหรือว่าตัวเราเอง ?? เป็นคำถามที่เราต้องย้อนกลับถามตัวเองดูว่า ผิดที่เราหรือผิดที่งาน คำตอบคือ ผิดที่เรา ที่นอนดึก ไม่รู้จักวางแผนในการใช้ชีวิต เพราะงานมันก็เป็นระบบเดิมที่เขาทำติดต่อกันมาอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นต้องแก้ไขที่ตัวเราเอง เมื่อเรารู้ว่าต้องปรับปรุงแก้ไขที่ตัวของเราแล้ว ต่อไปเราก็จะเริ่มมีความสนุกกับงานทำให้การทำงานในทุกๆวันไม่ใช่เรื่องน่าเบื่อ แต่แน่นอนว่าการทำงานกับคนส่วนมาก ย่อมมีปัญหาความไม่เข้าใจกัน เราเลือกที่จะสนใจหรือไม่สนใจก็ได้ เพราะทุกข์หรือสุขเราเป็นคนเลือก ตามที่ได้กล่าวไว้ว่า ถ้าหากเรามีความสุขกับการทำงาน มันจะเป็นสะพานไปสู่ความสำเร็จเอง เพราะความคิดที่ดีต้องมาจากจิตใจที่ร่าเริง ไม่เศร้าหมอง แน่นอนว่า จิตใจที่แจ่มใจ ย่อมทำให้สมองนั้นโปร่งใส จะทำให้คุณมองเห็นสิ่งที่คนอื่นมองข้าม และทำสิ่งที่คนอื่นทำไม่ได้ และสร้างโอกาสให้ตัวเองได้ ก้าวข้ามอุปสรรค ไปสู่ความสำเร็จ …

Read More