รีบอ่าน!!!ไม่อยากตาย เพราะมะเร็ง หมั่นสังเกตตัวเอง ตามจุดต่างๆดังนี้

สาระน่ารู้

มะเร็ง…โรคร้ายที่ไม่มีวันล้าสมัย เพราะดูเหมือนจะมีคนที่ปวยด้วยโรคนี้มากขึ้นทุกที แม้จะมีหนังสือหนังหาว่าด้วยโรคมะเร็งตีพิมพ์ออกมามากมายในท้องตลาดอยู่แล้ว แต่เมื่อมีแง่มุมน่าสนใจใหม่ๆ ผู้เขียนก็ขออาสานำมาเล่าสู่กันฟัง โดยการรวบรวมข้อสังเกตความผิดปกติที่เกิดขึ้นในร่างกายเราอันอาจนำไปสู่โรคมะเร็งชนิดต่างๆ เพื่อให้ผู้อ่านได้พินิจพิจารณาตัวเอง และเตรียมการเยียวยารักษาไว้แต่เนิ่นๆ …เพราะโรคมะเร็งหากรับการรักษาตั้งแต่ระยะเริ่มแรก โอกาสหายก็จะสูงมากทีเดียว

มะเร็งผิวหนัง ส่วนใหญ่จะเริ่มจากการเปลี่ยนแปลงของ ไฝ ปาน หรือจุดตกกระในคนแก่ โดยจะมีอาการคันแตกเป็นแผล ไม่ยอมหายสักที ขอบแผลอาจมีสีดำ กระทั่งในระยะหลังจะโตเร็ว และมีเลือดออก

มะเร็งทางเดินอาหาร เริ่มจากในช่องปากจะมีแผล โดยเริ่มจากฝ้าขาวๆ จากนั้นจะรู้สึกเจ็บบริเวณหลอดอาหาร กลืนอาหารอย่างลำบาก เจ็บหรือกลืนไม่ลง ถ้าเป็นบริเวณกระเพาะอาหาร อาจจะเริ่มจากแผลในกระเพาะอาหาร โดยมีอาการปวดท้อง ท้องอืด แน่นท้อง อาเจียนเป็นเลือด อุจจาระมีสีดำ มักจะเริ่มจากมีอาการท้องผูกสลับกับท้องเดิน อุจจาระเป็นมูกเลือด เหล่านี้เป็นต้น

มะเร็งระบบทางเดินหายใจ เริ่มจากมีอาการเสียงแหบ ไอ มีเสมหะปนเลือด เจ็บแน่นหน้าอก หอบเหนื่อย หน้าและคอบวม

มะเร็งระบบน้ำเหลือง จะมีก้อนจากการโตของต่อมน้ำเหลือง โดยเฉพาะบริเวณคอ รักแร้ ขาหนีบ และในช่องท้อง

มะเร็งของระบบเลือด จะมีอาการอ่อนเพลีย ซีดจากโลหิตจาง เลือดออกง่าย โดยเฉพาะใต้ผิวหนัง อาจพบจ้ำเลือด หรือเป็นรอยช้ำได้

มะเร็งระบบอวัยวะสืบพันธุ์ ในเพศหญิง บริเวณเต้านมจะเริ่มมีก้อน มีเลือด หรือน้ำเหลืองออกจากหัวนม มีแผลหรือคันบริเวณอวัยวะเพศ มีตกขาว หรือมีเลือดออกทางช่องคลอด มีการผิดปกติของประจำเดือน ในเพศชาย จะมีแผลที่อวัยวะเพศคล้ายแผลจากกามโรค มีปัสสาวะขัด เกิดก้อนที่อัณฑะ เป็นต้น

ถ้าสงสัยว่าตัวเราน่าจะเข้าข่ายก็อย่ารอช้า ไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุที่แน่ชัดเสียนะคะ โรคมะเร็งไม่มีการรอวันพรุ่งนี้ ถ้ารู้ตัวและรักษาเสียแต่วันนี้อาจหายขาดได้ค่ะ ขอบคุณข้อมูลจาก: Share-si

มาดูแลร่างกายให้มีภูมิคุ้มกันที่สมดุลกันเถอะ เพื่อป้องกันมะเร็ง และดูแลผู้ป่วยมะเร็งให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

ปรึกษา โทร..093-974-5878
หรือ Line : 989shop

ภูมิสมดุลคืออะไร มาลองฟังกันดู

แล้วคนที่ใช้ภูมิสมดุลในการดูแลละเป็นยังไง มาฟังประสบการณ์ของผู้ที่เคยเป็นมะเร็งมาก่อน แต่ปัจจุบันมีชีวิตแบบปกติ

สาระน่ารู้
โรค Office syndrome สำคัญอย่างไรในชีวิต

ออฟฟิศ ซินโดรม (office syndrome) เป็นอาการชนิดหนึ่งที่ไม่ได้มีมาตามพันธุกรรม หรือการติดเชื้อไวรัสแต่อย่างไร แต่เป็นอาการของโรคที่เกิดขึ้นกับบุคคลที่ทำงานประจำ โดยเฉพาะบุคคลที่ต้องทำงานกับคอมพิวเตอร์ โน้ตบุค สมาร์ทโฟน หรือแม้กระทั้งวัยรุ่นหรือคนที่เล่นมือถือเป็นเวลานาน ๆ แน่นอนว่าตอนนี้อาการหรือโรคออฟฟิศ ซินโดรม (office syndrome) กำลังระบาดในประเทศไทยและต่างประเทศ โดยส่งผลต่อสุขภาพของประชาชนที่ทำงานเกี่ยวกับเทคโนโลยีเหล่านี้โดยตรง ทำให้ร่างกายทำงานผิดปกติไปหมด ออฟฟิศ ซินโดรม (office syndrome) กับอาการที่เกิดขึ้น หลายคงคนสงสัยว่าโรคนี้มีอาการแบบใด แล้วเรารู้ด้วยตัวเองอย่างไร ตอบได้เลยว่าโรคนี้มีอาการที่หลากหลาย ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล โดยประสบการณ์ตรงที่ได้ปรึกษาคุณหมอกับอาการที่เป็นอยู่ปัจจุบันแต่ไม่รู้ตัวว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร คุณหมออธิบายว่าเป็นอาการของออฟฟิศ ซินโดรม (office syndrome) โดยคุณหมอ อธิบายว่าร่างกายของเราสั่งการด้วยเคมีไฟฟ้า ทำให้ร่างกายของเราสามารถทำงานอย่างเป็นระบบได้ ยกตัวอย่างเช่น เมื่อมีคนหยุดหายใจ คุณหมอก็เอาสายอะไรมากมายมาติดไวที่ตัวเราแล้วก็ปล่อยไฟฟ้ากระตุ้นการทำงานของหัวใจ ทำให้หัวใจเรากลับมาเต้นอีกครั้ง แสดงให้เห็นว่าร่างกายของเราตอบสนองต่อไฟฟ้าได้ และเมื่อเราทำงานหน้าจอคอมหรือมือถือนานๆเกิน 1 ชั่วโมง โดยไม่ออกห่างจากหน้าจอคอมหรือมือถือเลย ร่างกายเราก็จะตอบสนองต่อไฟฟ้าที่อยู่นอร่างกายในเวลาเดียวกันก็ต้องทำงานให้สัมพันธ์กับเคมีไฟฟ้าที่สั่งการในร่างกายด้วย ทำห่างกายเกิดความเครียด ย้ำอีกครั้ง ร่างกายเกิดความเครียด ทำให้ร่างกายทำงานไม่ปกติ …

สาระน่ารู้
5 สัญญาณ ที่บ่งบอกว่าคุณกำลังป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก ต้องรีบเช็ค

มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก ภัยร้ายที่กำลังมาแรงสำหรับคนไทยที่เริ่มมีวิถีชีวิตค่อนไปทางสังคมชาวโลกตะวันตกมากขึ้นทุกวัน จากสถิติผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่ของบ้านเราในปี พ.ศ. 2551 พบว่ามีผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักรายใหม่กว่า 9,000 ราย พบบ่อยเป็นอันดับ 3 ในภาพรวมทั้งสองเพศ แต่เมื่อพิจารณาแยกเพศแล้ว เพศชายมีแนวโน้มเป็นโรคนี้มากกว่าเพศหญิง วันนี้แอดมินนำความรู้ดีๆ จากสถาบันมะเร็งแห่งชาติ เพื่อให้คุณสังเกตสัญญาณอาการอันตรายของโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก ดังนี้ สัญญาณที่หนึ่ง ปวดท้องเป็นพักๆ เนื่องจากอุจจาระผ่านตำแหน่งที่มีเนื้องอกได้ยากลำบากกว่าปกติ ทำให้เกิดอาการปวดเป็นพักๆ เมื่อก้อนเนื้องอกมีขนาดใหญ่มากขึ้น อุจจาระก็ยิ่งผ่านบริเวณนั้นได้ลำบากมากขึ้น อาการปวดจะรุนแรงขึ้นและปวดบ่อยขึ้น สัญญาณที่สอง มีอาการท้องผูกสลับท้องเสียต่อเนื่องหลายวัน สัญญาณที่สาม อุจจาระเป็นมูกปนเลือด เนื่องจากเนื้องอกมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก มักมีแผลแตกบริเวณก้อนร่วมด้วย ทำให้มีเลือดออกมาจากแผลนั้นเป็นระยะ สัญญาณที่สี่ ขนาดของลำอุจจาระเล็กลง เนื่องมาจากการที่รูของลำไส้ใหญ่แคบลง สัญญาณที่ห้า รู้สึกปวดถ่ายอยากเข้าห้องน้ำอยู่ตลอดเวลา แต่ถ่ายแล้วไม่ค่อยมีอะไรออกมา หรือมีอาการเหมือนถ่ายไม่สุด ใครที่เริ่มมี 5 สัญญาณอันตรายดังกล่าวก็อย่านิ่งดูดาย รีบไปพบแพทย์ตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียดดีกว่านะจ้ะ   ปรึกษาเรื่องมะเร็งลำไส้ โทร..093-974-5878 Line : 989shop ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก: Share-si

สาระน่ารู้
แชร์ไว้เลย!!!”กรดไหลย้อน” หายได้เพียงกิน “ผักต้ม”คู่กับสิ่งนี้

โรคกรดไหลย้อน หมายถึงภาวะที่กรดหรือน้ำย่อยในกระเพาะไหลย้อนมาในหลอดอาหาร ทำให้เกิดการอักเสบของหลอดอาหาร ผู้ป่วยจะมีอาการเจ็บหน้าอก โรคกรดไหลย้อนมีหลายสาเหตุ ทั้งจากความเครียด, จากพฤติกรรมการรับประทาน เช่น ทานอาหารรสจัด อาหารมัน อาหารทอด ทานอาหารเสร็จแล้วนอนเลย ฯลฯ คำแนะนำทั่วไปในการรับประทานอาหารสำหรับผู้ที่เป็นโรคกรดไหลย้อน (ผู้มีสุขภาพดีก็ควรปฏิบัติ) 1. ใน 2 – 3 คำแรกของอาหารแต่ละมื้อ ควรรับประทานโปรตีนจากเนื้อสัตว์ เช่น เนื้อไก่ เนื้อปลา ฯลฯ ก่อนอาหารประเภทอื่น เพราะการทานโปรตีนในคำแรกจะเป็นการกระตุ้นการสร้างน้ำย่อย เป็นการบอกร่างกายว่า ถึงเวลาที่จะต้องย่อยอาหารแล้ว และที่สำคัญอย่าลืมเคี้ยวให้ละเอียด และโปรดจำไว้ว่า ใน 2 – 3 คำแรก อย่าทานของเผ็ด ของเปรี้ยว ของมัน ผักสด ผลไม้สด ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม น้ำตาล ผักต้ม และข้าว (เรียงลำดับโทษจากมากไปน้อย) 2. เมื่อทานอาหารอื่นไปครึ่งมื้อแล้ว ค่อยเริ่มทานผักต้ม …