เอดส์ หรือ กลุ่มอาการภูมิคุ้มกันเสื่อม สามารถดูแลด้วยภูมิคุ้มกันที่สมดุล (มีคลิป)

สาระน่ารู้

เอดส์ หรือ กลุ่มอาการภูมิคุ้มกันเสื่อม (acquired immunodeficiency syndrome – AIDS)เป็นโรคของระบบภูมิคุ้มกันของมนุษย์ ซึ่งเกิดจากการติดเชื้อไวรัสเอชไอวี (human immunodeficiency virus, HIV) ทำให้ผู้ป่วยมีการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันบกพร่อง เสี่ยงต่อการติดเชื้อฉวยโอกาสและการเกิดเนื้องอกบางชนิด เชื้อไวรัสเอชไอวีติดต่อผ่านทางการสัมผัสของเยื่อเมือกหรือการสัมผัสสารคัดหลั่งซึ่งมีเชื้อ เช่น เลือด น้ำอสุจิ น้ำหล่อลื่นในช่องคลอด น้ำหลั่งก่อนการหลั่งอสุจิ และนมมารดา อาจติดต่อผ่านเพศสัมพันธ์ไม่ว่าจะเป็นทางช่องคลอด หรือทวารหนัก หรือช่องปาก, การรับเลือด, การใช้เข็มฉีดยาที่ปนเปื้อน, ติดต่อจากแม่สู่ลูกขณะตั้งครรภ์ คลอด ให้นม หรือการสัมผัสสารคัดหลั่งต่างๆ ดังกล่าว

ปัจจุบันมีการระบาดของเอดส์ไปทั่วโลก องค์การอนามัยโลกได้ประมาณไว้เมื่อ พ.ศ. 2552 ว่ามีผู้ติดเชื้อเอชไอวีและผู้ป่วยเอดส์อยู่ประมาณ 33.3 ล้านคนทั่วโลก โดยแต่ละปีมีผู้ติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่ประมาณ 2.6 ล้านคน และมีผู้เสียชีวิตจากเอดส์ปีละ 1.8 ล้านคน องค์กร UNAIDS ประมาณไว้เมื่อ พ.ศ. 2550 ว่ามีผู้ป่วยเอดส์ในปีดังกล่าว 33.2 ล้านคนทั่วโลก มีผู้เสียชีวิตจากโรคเอดส์ 2.1 ล้านคน เป็นเด็ก 330,000 คน และ 76% ของผู้เสียชีวิตเป็นชาวแอฟริกาเขตใต้ทะเลยทรายซาฮารา รายงาน พ.ศ. 2552 ของ UNAIDS ระบุว่ามีผู้ติดเชื้อสะสมทั่วโลกแล้ว 60 ล้านคน เสียชีวิตแล้ว 25 ล้านคน เฉพาะในแอฟริกาใต้ที่เดียวมีเด็กทีต้องกลายเป็นเด็กกำพร้าเพราะบิดามารดาเสียชีวิตจากโรคเอดส์ 14 ล้านคน นับตั้งแต่เริ่มมีการระบาด

พบกับผู้เชี่ยวชาญด้านงานวิจัย ผลิตภัณฑ์ที่ดูแลผู้ป่วยโรคเอดส์ HIV ด้วยภูมิคุ้มกันที่สมดุล ปรึกษาปัญหาสุขภาพและถามตอบภูมิสมดุล

ปรึกษาปัญหาสุขภาพและถามตอบภูมิสมดุล 

 โทร.093-974-5878 หรือ Line : 989shop

http://www.bim100.site

http://www.phumsomdul.club

https://www.shopbim100.com

https://www.facebook.com/bim100.site

ข้อมูลจาก wikipedia

สาระน่ารู้
5 สัญญาณ ที่บ่งบอกว่าคุณกำลังป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก ต้องรีบเช็ค

มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก ภัยร้ายที่กำลังมาแรงสำหรับคนไทยที่เริ่มมีวิถีชีวิตค่อนไปทางสังคมชาวโลกตะวันตกมากขึ้นทุกวัน จากสถิติผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่ของบ้านเราในปี พ.ศ. 2551 พบว่ามีผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักรายใหม่กว่า 9,000 ราย พบบ่อยเป็นอันดับ 3 ในภาพรวมทั้งสองเพศ แต่เมื่อพิจารณาแยกเพศแล้ว เพศชายมีแนวโน้มเป็นโรคนี้มากกว่าเพศหญิง วันนี้แอดมินนำความรู้ดีๆ จากสถาบันมะเร็งแห่งชาติ เพื่อให้คุณสังเกตสัญญาณอาการอันตรายของโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก ดังนี้ สัญญาณที่หนึ่ง ปวดท้องเป็นพักๆ เนื่องจากอุจจาระผ่านตำแหน่งที่มีเนื้องอกได้ยากลำบากกว่าปกติ ทำให้เกิดอาการปวดเป็นพักๆ เมื่อก้อนเนื้องอกมีขนาดใหญ่มากขึ้น อุจจาระก็ยิ่งผ่านบริเวณนั้นได้ลำบากมากขึ้น อาการปวดจะรุนแรงขึ้นและปวดบ่อยขึ้น สัญญาณที่สอง มีอาการท้องผูกสลับท้องเสียต่อเนื่องหลายวัน สัญญาณที่สาม อุจจาระเป็นมูกปนเลือด เนื่องจากเนื้องอกมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก มักมีแผลแตกบริเวณก้อนร่วมด้วย ทำให้มีเลือดออกมาจากแผลนั้นเป็นระยะ สัญญาณที่สี่ ขนาดของลำอุจจาระเล็กลง เนื่องมาจากการที่รูของลำไส้ใหญ่แคบลง สัญญาณที่ห้า รู้สึกปวดถ่ายอยากเข้าห้องน้ำอยู่ตลอดเวลา แต่ถ่ายแล้วไม่ค่อยมีอะไรออกมา หรือมีอาการเหมือนถ่ายไม่สุด ใครที่เริ่มมี 5 สัญญาณอันตรายดังกล่าวก็อย่านิ่งดูดาย รีบไปพบแพทย์ตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียดดีกว่านะจ้ะ   ปรึกษาเรื่องมะเร็งลำไส้ โทร..093-974-5878 Line : 989shop ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก: Share-si

สาระน่ารู้
แชร์ไว้เลย!!!”กรดไหลย้อน” หายได้เพียงกิน “ผักต้ม”คู่กับสิ่งนี้

โรคกรดไหลย้อน หมายถึงภาวะที่กรดหรือน้ำย่อยในกระเพาะไหลย้อนมาในหลอดอาหาร ทำให้เกิดการอักเสบของหลอดอาหาร ผู้ป่วยจะมีอาการเจ็บหน้าอก โรคกรดไหลย้อนมีหลายสาเหตุ ทั้งจากความเครียด, จากพฤติกรรมการรับประทาน เช่น ทานอาหารรสจัด อาหารมัน อาหารทอด ทานอาหารเสร็จแล้วนอนเลย ฯลฯ คำแนะนำทั่วไปในการรับประทานอาหารสำหรับผู้ที่เป็นโรคกรดไหลย้อน (ผู้มีสุขภาพดีก็ควรปฏิบัติ) 1. ใน 2 – 3 คำแรกของอาหารแต่ละมื้อ ควรรับประทานโปรตีนจากเนื้อสัตว์ เช่น เนื้อไก่ เนื้อปลา ฯลฯ ก่อนอาหารประเภทอื่น เพราะการทานโปรตีนในคำแรกจะเป็นการกระตุ้นการสร้างน้ำย่อย เป็นการบอกร่างกายว่า ถึงเวลาที่จะต้องย่อยอาหารแล้ว และที่สำคัญอย่าลืมเคี้ยวให้ละเอียด และโปรดจำไว้ว่า ใน 2 – 3 คำแรก อย่าทานของเผ็ด ของเปรี้ยว ของมัน ผักสด ผลไม้สด ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม น้ำตาล ผักต้ม และข้าว (เรียงลำดับโทษจากมากไปน้อย) 2. เมื่อทานอาหารอื่นไปครึ่งมื้อแล้ว ค่อยเริ่มทานผักต้ม …

สาระน่ารู้
สัญญาณอันตราย !!10 อาการ ที่บอกว่าคุณเป็น “โรคมะเร็ง”

ส่วนใหญ่แล้วอาการเจ็บป่วยต่างๆ ก็มักจะส่งสัญญาณให้เรารู้ตัวกันทั้งนั้น เพื่อให้เราหาทางรักษาได้อย่างทันท่วงที ซึ่งโรคมะเร็งก็เช่นกัน สัญญาณเพียงเล็กๆ น้อยๆ ก็สามารถบ่งบอกได้ แต่ทว่าคนเรากลับมักจะละเลยความเปลี่ยนแปลงทางร่างกายที่เกิดขึ­­้นเพียงเล็กน้อย แต่ว่าจะมีสัญญาณสุขภาพใดบ้างที่บ่งบอกให้เราทราบได้ว่าเรากำลั­­­งเผชิญอยู่กับโรคมะเร็ง มาดู 10 สัญญาณของโรคมะเร็งที่คนเรามักมองข้าม มารู้กันไว้ซะ ก่อนจะสายเกินแก้ 1. มีก้อนเนื้อเกิดขึ้นในร่างกาย การที่ร่างกายของเรามีก้อนเนื้อแปลกปลอมเกิดขึ้น นั่นก็อาจจะเป็นสัญญาณของโรคมะเร็งได้ เช่นมะเร็งเต้านมในผู้หญิงเป็นต้น คนที่มีก้อนเนื้อแปลกปลอมส่วนใหญ่ถ­ึง 77% ไม่คิดว่าก้อนเนื้อเหล่านั้นเป็นสัญญ­าณอันตรายของโรคที่ร้ายแรง ซึ่งนั่นทำให้กว่าจะรู้ตัวว่าตนเองเป็นโรคมะเร็งก็สายเกินไปเสี­­­ยแล้ว ดังนั้นหากคลำเจอก้อนเนื้อแปลกปลอม ควรไปพบแพทย์เพื่อทำการตรวจโดยละเอียดจะดีกว่านะ 2. อาการไอ และเสียงแหบแห้ง เวลาคนเราเป็นไข้หวัดก็มักจะมีอาการไอร่วมด้วยอยู่เสมอ แต่ถ้าหากคุณหายจากอาการไข้หวัดแล้วยังคงไออยู่ตลอดไม่หายเสียท­­­ีละก็ ก็อาจจะเป็นสัญญาณของมะเร็งปอด มะเร็งในต่อมไทรอยด์ หรือมะเร็งต่อมน้ำเหลืองได้เช่นกัน โดยอาการอย่างต่อเนื่องและตลอดเวลานั้นเป็นสัญญาณหนึ่งที่สำคัญ­­­แต่คนเรากลับละเลย และคิดว่าที่ไอนั้นเป็นเพราะสาเหตุอื่น ซึ่งจริง ๆ แล้วถ้าหากคุณมีอาการไอติดต่อกันเป็นเวลานาน ก็ควรจะไปพบแพทย์จะดีกว่า จะได้ทราบสาเหตุที่แท้จริงค่ะ 3. ความผิดปกติในระบบย่อยอาหาร โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่จะส่งผลให้ระบบการย่อยอาหารเกิดความผิดปกต­ิ รวมทั้งระบบขับถ่ายก็จะผิดปกติตามไปด้วย ดังนั้นถ้าหากคุณรู้สึกว่าอาหารไม่ย่อยบ่อย ๆ หรือแม้แต่เกิดอาการท้องผูกที่รุนแรงละก็ ควรไปพบแพทย์เพื่อให้แน่ใจว่าอาการเหล่านั้นไม่ใช้สัญญาณของการ­­­เกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ จะได้ไม่ต้องมานั่งวิตกกังวลกันทีหลัง 4. …