โรคเอสแอลอี SLE หรือ โรคพุ่มพวง คืออะไร อันตรายมากแค่ไหน แล้วจะดูแลอย่างไร??

สาระน่ารู้

โรคพุ่มพวง หรือที่เรียกว่า โรคเอสแอลอี โรคร้ายที่คร่าชีวิต พุ่มพวง ดวงจันทร์ อันเป็นที่มาของชื่อโรคที่คนไทยเรียกกัน เพราะเคยสร้างความตื่นตะลึงด้วยการคร่าชีวิตราชินีลูกทุ่ง “พุ่มพวง ดวงจันทร์” มาแล้ว จึงทำให้คนไทยรู้จัก “โรคเอสแอลอี ” กันในนาม “โรคพุ่มพวง” สงสัยไหมว่าโรคนี้ร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิตหรือไม่ วันนี้เราจะพาไปค้นคำตอบของโรคเอสแอลอี หรือโรคพุ่มพวงกันค่ะ

กล่าวคือ จากปกติที่ภูมิคุ้มกันในร่างกายจะต่อต้านเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอม เช่น แบคทีเรีย หรือไวรัสจากภายนอกร่างกาย แต่กลับต่อต้านร่างกายของตัวเอง จนทำให้เกิดการอักเสบที่อวัยวะต่าง ๆ ถ้าเป็นรุนแรงจะมีการทำลายอวัยวะภายในด้วย เช่น ไต หัวใจ ปอด และระบบประสาท

สำหรับความรุนแรงของโรคเอสแอลอีจะแตกต่างกันไปในแต่ละคน บางคนเป็นรุนแรง บางคนเป็นไม่รุนแรง และในรายที่เป็นไม่รุนแรง วันดีคืนร้ายก็จะเป็นรุนแรงขึ้นมาได้อีก ในปัจจุบันโรคเอสแอลอียังไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่สามารถควบคุมอาการของโรคให้สงบ และดำเนินชีวิตได้ตามปกติหากรักษาได้ทันท่วงที

การดูแลผู้ป่วยโรคนี้ด้วยภูมิสมดุลของร่าง เป็นการสร้างเซลล์เม็ดเลือดขาว เพื่อที่จะต่อสู้กับเชื้อโรค หรือสิ่งแปลกปลอม แต่เป็นการสร้างให้เม็ดเลือดขาว มีปริมาณที่พอดี ไม่มากหรือน้อยจนเกินไป หรือที่เราเรียกว่า ภูมิคุ้มกันที่สมดุลนั่นเอง แนะนำชมคลิปนี้แล้วท่านจะเข้าใจเกี่ยวกับภูมิสมดุล

ปรึกษาปัญหาสุขภาพและถามตอบภูมิสมดุล

โทร.093-974-5878
Line : 989shop
http://www.bim100.site
http://www.phumsomdul.club/
https://www.facebook.com/bim100.site

ขอบคุณข้อมูลจาก kapook

สาระน่ารู้
10 สัญญาณอันตราย ที่บ่งบอกอาการโรคเบาหวาน เช็คเลย

โรคเบาหวาน เป็นความผิดปกติทางร่างกายที่เกิดจากการที่ตับอ่อนสร้าง “ฮอร์โมนอินซูลิน” ได้ น้อยหรือไม่สามารถสร้างได้เลย ซึ่งฮอร์โมนอินซูลินที่ว่าจะคอยช่วยให้ร่างกายเผาผลาญน้ำตาลมาใ­­­­ช้เป็นพลังงาน และเมื่อฮอร์โมนอินซูลินในร่างกายไม่เพียงพอก็จะทำให้เกิดการสะ­­­­สมของน้ำตาลในอวัยวะต่าง ๆ เมื่อน้ำตาลสะสมในเลือดมาก ๆ ก็จะถูกกรองออกมาผ่านทางปัสสาวะนั่นเอง ทั้งนี้อาการของผู้ป่วยโรคเบาหวานมักจะสังเกตได้ดังนี้ค่ะ ปัสสาวะบ่อยขึ้น หิวน้ำบ่อยขึ้น หากคุณเริ่มรู้สึกว่าพักหลัง ๆ คุณลุกไปเข้าห้องน้ำบ่อยกว่าปกติ โดยเฉพาะในตอนกลางคืน และกระหายน้ำมากกว่าเดิม ขอบอกเลยว่านั่นเป็นสัญญาณของโรคเบาหวานค่ะ นั่นก็เป็นเพราะร่างกายจะต้องขับปริมาณน้ำตาลในเลือดที่สูงกว่า­­­­ปกติออก มาทางปัสสาวะ และร่างกายก็ต้องการน้ำเพื่อทดแทนของเหลวที่ขับออกไปพร้อมกับน้ำตาล แต่ก็จะเป็นเฉพาะเวลาที่ระดับน้ำตาลในเลือดสูงเท่านั้น หากสามารถควบคุมระดับน้ำตาลให้ปกติได้ อาการเหล่านี้ก็จะเบาบางล­งค่ะ น้ำหนักลด การที่น้ำหนักลดผิดปกติไม่ใช่เรื่องที่ควรละเลยค่ะ เพราะนั่นอาจจะเป็นสัญญาณเตือนของโรคบางชนิดได้ โดยเฉพาะโรคเบาหวาน การที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูงจะส่งผลให้น้ำหนักดิ่งลงอย่างรวด­­­­เร็วประมาณ 5-10 กิโลกรัม ภายในเวลา 2-3 เดือนเท่านั้น ซึ่งไม่ใช่ผลดีกับร่างกายเลยค่ะ ส่วนสาเหตุของการที่น้ำหนักลดอย่างรวดเร็วนั้นก็เนื่องมาจากร่า­­งกาย­­ไม่สามารถนำน้ำตาลไปใช้เป็นพลังงานได้ ทำให้ร่างกายเหมือนอยู่ในสภาวะขาดอาหารและเริ่มดึงโปรตีนจากกล้­­­­ามเนื้อ มาใช้เป็นพลังงานแทน นอกจากนี้การที่ไตทำงานอย่างหนักยังส่งผลให้ร่างกายเผาผลาญแคลอ­­­­รีมากเกินไป แถมยังอันตรายต่อไตอีกด้วย หิวบ่อย กินจุบจิบ ถ้าเกิดอยู่ดี ๆ คุณกลายเป็นคนชอบกินจุบจิบหรือหิวบ่อยแบบไม่มีสาเหตุละก็ สันนิฐานได้เลยค่ะว่า คุณอาจจะกำลังเป็นโรคเบาหวาน เพราะเมื่อระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ …

สาระน่ารู้
แชร์เก็บบอกต่อ!!สูตร “น้ำผักต้านมะเร็ง” ของ “ฟ้าหญิงจุฬาภรณ์”ถึงไม่เป็นมะเร็งก็กินได้ (มีคลิป)

ใครที่มีญาติเป็นมะเร็ง นำสูตรนี้ไป ทำให้กินได้เลย หรือบอกต่อๆ กันไป…เป็นอานิสงฆ์นะ น้ำผักผลไม้สูตรในวัง ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง มีผิวพรรณสดใสโดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่เป็นโรคมะเร็งจะดีมากมีคนแถวบ้านเป็นมะเร็งอายุประมาณ 80 กว่าแล้ว ต้องให้คีโมแต่ปรากฏว่าพอรับประทานน้ำผลไม้สูตรนี้ไปเป็นเวลาประมาณไม่ถึง 1 เดือนปรากฏว่ามีผมงอกขึ้น และแข็งแรงขึ้นมาก จนหมอตกใจลองนำไปปั่นทานกันดู.. น่าจะดีต่อสุขภาพไม่มากก็น้อยส่วนประกอบก็ราคาไม่แพงมากด้วย 1. แอปเปิ้ล 1 ผล 2. แครอท 1 ลูก 3. ผักสลัด (ผักกาดแก้ว) 3 ใบ 4. ตั้งโอ๋ 2 ก้าน 5. มะนาว 1 ลูก 6. น้ำเสาวรส 1/2 แก้ว (ถ้าไม่มีสดให้ซื้อน้ำเสาวรสกระป๋องก็ได้ค่ะ) 7. น้ำผึ้งแท้ 1/2 แก้ว 8. น้ำเปล่า 1-2 แก้ว …

สาระน่ารู้
โรคกรดไหลย้อน กับโรคกระเพาะ เหมือนหรือต่างกัน? แล้วจะดูแลไม่ให้กลับมาเป็นได้ไหม??

โรคกรดไหลย้อน คือภาวะที่มีกรดหรือน้ำย่อยในกระเพาะอาหาร ไหลย้อนขึ้นมาบริเวณหลอดอาหาร ซึ่งหลอดอาหารเป็นอวัยวะที่ไม่ทนต่อกรด จึงทำให้เกิดการอักเสบของหลอดอาหาร ซึ่งโดยปกติ หลอดอาหารจะมีการบีบตัวไล่อาหารลงด้านล่างและหูรูด ทำหน้าที่ป้องกันการไหลย้อนของน้ำย่อย กรด หรืออาหาร ไม่ให้ไหลย้อนขึ้นมาบริเวณหลอดอาหาร แต่ในปัจจุบัน หูรูดส่วนนี้ทำงานได้น้อยลงในบางคน ซึ่งจะตรวจพบได้ประมาณ 1 ใน 5 คน พบในคนทั่วไป ทุกกล่ม ทุกช่วงอายุ แต่จะพบได้มากในคนอ้วน หรือสูบบุหรี่ และการไหลย้อนของกรด ถ้ามีมาก อาจไหลออกนอกหลอดอาหาร อาจทำให้มีผลต่อกล่องเสียง ลำคอ หรือปอดได้ ซึ่งหากละเลยไม่ไปพบแพทย์ เพื่อทำการรักษา อาจทำให้เรื้อรังกลายเป็นมะเร็งหลอดอาหารได้ เรามักคุ้นเคยกันดีกับ โรคกระเพาะ และเมื่อมีอาการปวดท้อง ปวดแสบร้อนในช่องท้องส่วนบน เรอเปรี้ยว หรือมีรสขมในปาก ก็มักจะคิดเอาเองว่า โรคกระเพาะ กำลังมาเยือนเป็นแน่แท้ ทั้งที่ความเป็นจริงอาจกำลังถูก “โรคกรดไหลย้อน” เล่นงานเอาก็เป็นได้ วันนี้เราจึงมีวิธีแนะนำ ด้วยวิธีการธรรมชาติ เป็นการปรับภูมิสมดุล ภายในร่างกาย หรือภูมิบำบัด นั่นเอง …