บอกต่อ!!!วิธีดูแล โรคหมอนรองกระดูกสันหลังทับเส้นประสาท ดีขึ้นจึงอยากบอกต่อ

สาระน่ารู้

มีการรายงานข่าวว่าสาววัย 36 ปีคนหนึ่งที่ป่วยเป็น “โรคหมอนรองกระดูกสันหลังทับเส้นประสาท” ในช่วงแรกๆอาการหนักมากจนต้องนอนอยู่แต่บนเตียงที่แข็งกระด้างกว่า 1 เดือน เมื่อจะลงจากเตียงก็ต้องมียึดจับขอบเตียงแล้วค่อยๆขยับตัวลงมาทีละนิด

พวกเราไปกว้านซื้อยาหลายอย่างที่หมอบอกว่าช่วยในการรักษา ถึงแม้ว่าจะช่วยบรรเทาได้บ้าง แต่ก็ไม่ได้ช่วยทั้งหมด เมื่อเวลาเหนื่อยอาการก็จะกำเริ่บขึ้นมาทันที

เพราะว่าผิวหนังของเธอแพ้ง่าย ทำให้ยาทา,แผ่นพลาสเตอร์บรรเทาปวดก็ไม่สามารถใช้ได้ อาการปวดที่หลังยังรักษาไม่หาย ผิวหนังก็มาเกิดอาการแพ้อย่างรุนแรงจนบวมแดงอีก ทั้งคันและปวด มันทรมานจริงๆ

เมื่อไม่นานมานี้เพื่อนได้แนะนำวิธีหนึ่ง โดยนำเม็ดเกลือมาผัดให้ร้อน จากนั้นใส่เข้าไปใสกระสอบผ้า นำมาวางไว้ตรงบริเวณที่รู้สึกปวด หากว่ามันเย็นแล้วก็สามารถนำมาผัดใหม่ให้ร้อน ช่วยประหยัดเงินได้มาก

ปัจจุบันเกลือเม็ดใหญ่หาซื้อยากมาก เธอจึงคิดวิธีใหม่ได้ โดยการใช้เกลือเม็ดเล็กที่ใช้ทำกับข้าวแทนได้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกลือติดกันเป็นก้อน สามารถใส่เมล็ดข้าวสารเพิ่มเข้าไปได้ จากนั้นก็ใส่ขิงที่ซอยเป็นแผ่น

เพราะว่าเกลือช่วยลดอาการอักเสบได้ ส่วนข้าวสารมีประโยชน์ต่ออวัยวะภายในทั้งห้า ส่วนขิงสามารถขับลมเย็นออกจากร่างกายได้ นำส่วนผสม 3 อย่างนี้นำมาผัดด้วยกันจนร้อน เพื่อให้ประสิทธิภาพที่ดีกว่า ควรใส่ส่วนผสมทั้ง 3 อย่างให้ครบ

คนสมัยโบราณรู้จักวิธีนี้มากนานแล้ว ไม่น่าเชื่อว่าของใช้ภายในบ้านมีประโยชน์มากมายกว่าที่เราคิด

หากมันเริ่มเย็นแล้ว บ้านใครมีเตาอบไมโครเวฟก็สามารถนำไปอุ่นในเตาได้ แต่ระวังอย่าให้นานเกินไป

อีกอย่างคือ จำเป็นจะต้องใช้ถุงผ้าสมุนไพรนี้วางทับบริเวณที่มีอาการจากด้านล่างขึ้นสูงด้านบน โดยเริ่มจากที่่น่องจากนั้นก็ค่อยๆเปลี่ยนตำแหน่งขึ้นไปด้านบน และวางทับด้านหลังของร่างกายก่อนแล้วค่อยๆเปลี่ยนมาวางทับด้านหน้า แบบนี้แล้วทั่วร่างกายของเราก็จะมีเลือดลมไหลเวียนทั่วร่างกาย อาการปวดก็จะค่อยๆลดลงตามธรรมชาติเอง

วิธีนี้ไม่ว่าคนธรรมดาก็สามารถนำไปใช้ได้ โดยเฉพาะช่วงหน้าหนาว

หลักการของเกลือร้อน คือ : ฉนวนกันความร้อนของเกลือ, สามารถซึมผ่านได้อย่างดี ไม่เพียงแต่ทำให้ความร้อนซึมเข้าร่างกายได้ ในขณะเดียวกันก็สามารถดูดซับอาการเจ็บปวดออกมาได้ ทำให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย ขยายรูขุมขน ช่วยเพิ่มการหลั่งของต่อมเหงื่อ,กระตุ้นการไหลเวียนโลหิตเพิ่มอัตราการเผาผลาญของร่างกาย

ข้อควรระวังให้นำผ้ามารองอีกชั้น เพื่อไม่ให้ถุงสมุนไพรที่ร้อนนี้ ทำให้ผิวหนังไหม้จนได้รับบาดเจ็บ

 

หรืออีกหนึ่งวิธีถือเป็นวิธีที่กำลังฮิตมาก ในต่างประเทศ และนักวิทยาศาสตร์ไทยได้ค้นพบ คือการปรับภูมิสมดุลในร่างกาย เราลองไปฟังผู้เชี่ยวชาญ เกี่ยวกับโรค หมอนรองกระดูกสันหลังทับเส้นประสาท และผู้ที่เคยเป็น

ปรึกษาปัญหาสุขภาพและถามตอบภูมิสมดุล โทร.093-974-5878
Line : 989shop
http://www.bim100.site
https://www.shopbim100.com
https://www.facebook.com/bim100.site

ขอขอบคุณที่มาจาก : liekr,kaijeaw

สาระน่ารู้
โรค Office syndrome สำคัญอย่างไรในชีวิต

ออฟฟิศ ซินโดรม (office syndrome) เป็นอาการชนิดหนึ่งที่ไม่ได้มีมาตามพันธุกรรม หรือการติดเชื้อไวรัสแต่อย่างไร แต่เป็นอาการของโรคที่เกิดขึ้นกับบุคคลที่ทำงานประจำ โดยเฉพาะบุคคลที่ต้องทำงานกับคอมพิวเตอร์ โน้ตบุค สมาร์ทโฟน หรือแม้กระทั้งวัยรุ่นหรือคนที่เล่นมือถือเป็นเวลานาน ๆ แน่นอนว่าตอนนี้อาการหรือโรคออฟฟิศ ซินโดรม (office syndrome) กำลังระบาดในประเทศไทยและต่างประเทศ โดยส่งผลต่อสุขภาพของประชาชนที่ทำงานเกี่ยวกับเทคโนโลยีเหล่านี้โดยตรง ทำให้ร่างกายทำงานผิดปกติไปหมด ออฟฟิศ ซินโดรม (office syndrome) กับอาการที่เกิดขึ้น หลายคงคนสงสัยว่าโรคนี้มีอาการแบบใด แล้วเรารู้ด้วยตัวเองอย่างไร ตอบได้เลยว่าโรคนี้มีอาการที่หลากหลาย ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล โดยประสบการณ์ตรงที่ได้ปรึกษาคุณหมอกับอาการที่เป็นอยู่ปัจจุบันแต่ไม่รู้ตัวว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร คุณหมออธิบายว่าเป็นอาการของออฟฟิศ ซินโดรม (office syndrome) โดยคุณหมอ อธิบายว่าร่างกายของเราสั่งการด้วยเคมีไฟฟ้า ทำให้ร่างกายของเราสามารถทำงานอย่างเป็นระบบได้ ยกตัวอย่างเช่น เมื่อมีคนหยุดหายใจ คุณหมอก็เอาสายอะไรมากมายมาติดไวที่ตัวเราแล้วก็ปล่อยไฟฟ้ากระตุ้นการทำงานของหัวใจ ทำให้หัวใจเรากลับมาเต้นอีกครั้ง แสดงให้เห็นว่าร่างกายของเราตอบสนองต่อไฟฟ้าได้ และเมื่อเราทำงานหน้าจอคอมหรือมือถือนานๆเกิน 1 ชั่วโมง โดยไม่ออกห่างจากหน้าจอคอมหรือมือถือเลย ร่างกายเราก็จะตอบสนองต่อไฟฟ้าที่อยู่นอร่างกายในเวลาเดียวกันก็ต้องทำงานให้สัมพันธ์กับเคมีไฟฟ้าที่สั่งการในร่างกายด้วย ทำห่างกายเกิดความเครียด ย้ำอีกครั้ง ร่างกายเกิดความเครียด ทำให้ร่างกายทำงานไม่ปกติ …

สาระน่ารู้
5 สัญญาณ ที่บ่งบอกว่าคุณกำลังป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก ต้องรีบเช็ค

มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก ภัยร้ายที่กำลังมาแรงสำหรับคนไทยที่เริ่มมีวิถีชีวิตค่อนไปทางสังคมชาวโลกตะวันตกมากขึ้นทุกวัน จากสถิติผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่ของบ้านเราในปี พ.ศ. 2551 พบว่ามีผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักรายใหม่กว่า 9,000 ราย พบบ่อยเป็นอันดับ 3 ในภาพรวมทั้งสองเพศ แต่เมื่อพิจารณาแยกเพศแล้ว เพศชายมีแนวโน้มเป็นโรคนี้มากกว่าเพศหญิง วันนี้แอดมินนำความรู้ดีๆ จากสถาบันมะเร็งแห่งชาติ เพื่อให้คุณสังเกตสัญญาณอาการอันตรายของโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก ดังนี้ สัญญาณที่หนึ่ง ปวดท้องเป็นพักๆ เนื่องจากอุจจาระผ่านตำแหน่งที่มีเนื้องอกได้ยากลำบากกว่าปกติ ทำให้เกิดอาการปวดเป็นพักๆ เมื่อก้อนเนื้องอกมีขนาดใหญ่มากขึ้น อุจจาระก็ยิ่งผ่านบริเวณนั้นได้ลำบากมากขึ้น อาการปวดจะรุนแรงขึ้นและปวดบ่อยขึ้น สัญญาณที่สอง มีอาการท้องผูกสลับท้องเสียต่อเนื่องหลายวัน สัญญาณที่สาม อุจจาระเป็นมูกปนเลือด เนื่องจากเนื้องอกมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก มักมีแผลแตกบริเวณก้อนร่วมด้วย ทำให้มีเลือดออกมาจากแผลนั้นเป็นระยะ สัญญาณที่สี่ ขนาดของลำอุจจาระเล็กลง เนื่องมาจากการที่รูของลำไส้ใหญ่แคบลง สัญญาณที่ห้า รู้สึกปวดถ่ายอยากเข้าห้องน้ำอยู่ตลอดเวลา แต่ถ่ายแล้วไม่ค่อยมีอะไรออกมา หรือมีอาการเหมือนถ่ายไม่สุด ใครที่เริ่มมี 5 สัญญาณอันตรายดังกล่าวก็อย่านิ่งดูดาย รีบไปพบแพทย์ตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียดดีกว่านะจ้ะ   ปรึกษาเรื่องมะเร็งลำไส้ โทร..093-974-5878 Line : 989shop ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก: Share-si

สาระน่ารู้
แชร์ไว้เลย!!!”กรดไหลย้อน” หายได้เพียงกิน “ผักต้ม”คู่กับสิ่งนี้

โรคกรดไหลย้อน หมายถึงภาวะที่กรดหรือน้ำย่อยในกระเพาะไหลย้อนมาในหลอดอาหาร ทำให้เกิดการอักเสบของหลอดอาหาร ผู้ป่วยจะมีอาการเจ็บหน้าอก โรคกรดไหลย้อนมีหลายสาเหตุ ทั้งจากความเครียด, จากพฤติกรรมการรับประทาน เช่น ทานอาหารรสจัด อาหารมัน อาหารทอด ทานอาหารเสร็จแล้วนอนเลย ฯลฯ คำแนะนำทั่วไปในการรับประทานอาหารสำหรับผู้ที่เป็นโรคกรดไหลย้อน (ผู้มีสุขภาพดีก็ควรปฏิบัติ) 1. ใน 2 – 3 คำแรกของอาหารแต่ละมื้อ ควรรับประทานโปรตีนจากเนื้อสัตว์ เช่น เนื้อไก่ เนื้อปลา ฯลฯ ก่อนอาหารประเภทอื่น เพราะการทานโปรตีนในคำแรกจะเป็นการกระตุ้นการสร้างน้ำย่อย เป็นการบอกร่างกายว่า ถึงเวลาที่จะต้องย่อยอาหารแล้ว และที่สำคัญอย่าลืมเคี้ยวให้ละเอียด และโปรดจำไว้ว่า ใน 2 – 3 คำแรก อย่าทานของเผ็ด ของเปรี้ยว ของมัน ผักสด ผลไม้สด ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม น้ำตาล ผักต้ม และข้าว (เรียงลำดับโทษจากมากไปน้อย) 2. เมื่อทานอาหารอื่นไปครึ่งมื้อแล้ว ค่อยเริ่มทานผักต้ม …