7 เทคนิคทางวิทยาศาสตร์ ที่จะช่วยให้คุณหลุดพ้นจากอาการนอนไม่หลับ การมีภูมิสมดุล

สาระน่ารู้

มีปัญหานอนไม่หลับหรือเปล่า? ถ้างั้นก็อย่าแค่นอนเครียดๆบนเตียงเลย Tech Insider มี 6 ทริคเจ๋งๆทางวิทยาศาสตร์มาแนะนำหากคุณมีอาการนอนไม่หลับ ไปดูกันเลย

1. ถ้าคุณหลับไม่ลง ก็ลุกจากเตียงซะ

ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าถ้าคุณนอนคิดนู่นคิดนี่หัวสมองไม่หยุดนิ่งเสียทีบนเตียง คุณจะเชื่อมโยงความรู้สึกเชิงลบต่อที่ที่คุณหลับ ดังนั้นลุกไปนั่งอ่านหนังสือบนเก้าอี้ซะ

2. ปิดโทรศัพท์

แสงสีน้ำเงินจากหน้าจอโทรศัพท์สามารถหลอกความคิดคุณได้ว่ามันเป็นเวลาตอนกลางวัน

3. ลองนั่งสมาธิหรือฝึกการผ่อนคลายดู

ร่างกายของคุณจะสร้างฮอร์โมนความเครียดขึ้นมาหากคุณรู้สึกกังวลใจ ลองผ่อนคลายส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายดู เริ่มจากนิ้วเท้าและไล่ขึ้นมาเรื่อยๆ คนส่วนใหญ่จะหลับไปก่อนที่จะขึ้นมาถึงหัวเสียอีก

4. มันอาจฟังดูย้อนแย้งกับสัญชาตญาณ แต่ลองพยายามตื่นตัวอยู่ตลอดเวลาดู

มันจะหลับได้ง่ายขึ้นเมื่อคุณไม่จมอยู่กับมัน การศึกษาชนิดหนึ่งแสดงให้เห็นว่าหากเรามุ่งพยายามตื่นตัวอยู่ตลอดเวลามันจะมีผลกระทบที่ตรงข้ามกัน

5. ทำให้เป็นกิจวัตร

ยิ่งคุณตั้งเวลาเข้านอนอย่างสม่ำเสมอมากเท่าไหร่ ร่างกายของคุณก็จะจดจำได้ถึงเวลาเข้านอนเร็วเท่านั้น

6. ทำอะไรสักอย่างซึ่งไม่มีเหตุผล

ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ลองนับเลขถอยหลังจาก 100 ถึง 0 หรือลองนับแกะดู เพราะว่ายิ่งคุณเบื่อมากขึ้นเท่าไหร่ คุณก็จะหลับไวขึ้นเท่านั้น

7. การสร้างภูมิคุ้มกันในร่างกายให้มีภูมิสมดุล

ร่างกายของคนเราตอนที่เกิดมานั้น มีความสมบูรณ์แบบทุกอย่าง ทั้งในด้านภูมิคุ้มกัน มีความสมดุล แต่เนื่องจากการดำเนินชีวิต ประสบการณ์ที่ผ่านเข้ามา ความเครียด โรคภัย ทำให้ภูมิสมดุลในร่างกายหายไป เป็นเหตุให้การนอนหลับนั้นเป็นเรื่องยาก ลองไปฟังเกี่ยวกับภูมิสมดุลดูว่ามันคืออะไร

ปรึกษาปัญหาสุขภาพและถามตอบภูมิสมดุล โทร.093-974-5878
Line : 989shop
http://www.bim100.site
http://www.phumsomdul.club/
https://www.shopbim100.com
https://www.facebook.com/bim100.site

ขอบคุณข้อมูลจาก: Tech Insider

สาระน่ารู้
5 สัญญาณ ที่บ่งบอกว่าคุณกำลังป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก ต้องรีบเช็ค

มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก ภัยร้ายที่กำลังมาแรงสำหรับคนไทยที่เริ่มมีวิถีชีวิตค่อนไปทางสังคมชาวโลกตะวันตกมากขึ้นทุกวัน จากสถิติผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่ของบ้านเราในปี พ.ศ. 2551 พบว่ามีผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักรายใหม่กว่า 9,000 ราย พบบ่อยเป็นอันดับ 3 ในภาพรวมทั้งสองเพศ แต่เมื่อพิจารณาแยกเพศแล้ว เพศชายมีแนวโน้มเป็นโรคนี้มากกว่าเพศหญิง วันนี้แอดมินนำความรู้ดีๆ จากสถาบันมะเร็งแห่งชาติ เพื่อให้คุณสังเกตสัญญาณอาการอันตรายของโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก ดังนี้ สัญญาณที่หนึ่ง ปวดท้องเป็นพักๆ เนื่องจากอุจจาระผ่านตำแหน่งที่มีเนื้องอกได้ยากลำบากกว่าปกติ ทำให้เกิดอาการปวดเป็นพักๆ เมื่อก้อนเนื้องอกมีขนาดใหญ่มากขึ้น อุจจาระก็ยิ่งผ่านบริเวณนั้นได้ลำบากมากขึ้น อาการปวดจะรุนแรงขึ้นและปวดบ่อยขึ้น สัญญาณที่สอง มีอาการท้องผูกสลับท้องเสียต่อเนื่องหลายวัน สัญญาณที่สาม อุจจาระเป็นมูกปนเลือด เนื่องจากเนื้องอกมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก มักมีแผลแตกบริเวณก้อนร่วมด้วย ทำให้มีเลือดออกมาจากแผลนั้นเป็นระยะ สัญญาณที่สี่ ขนาดของลำอุจจาระเล็กลง เนื่องมาจากการที่รูของลำไส้ใหญ่แคบลง สัญญาณที่ห้า รู้สึกปวดถ่ายอยากเข้าห้องน้ำอยู่ตลอดเวลา แต่ถ่ายแล้วไม่ค่อยมีอะไรออกมา หรือมีอาการเหมือนถ่ายไม่สุด ใครที่เริ่มมี 5 สัญญาณอันตรายดังกล่าวก็อย่านิ่งดูดาย รีบไปพบแพทย์ตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียดดีกว่านะจ้ะ   ปรึกษาเรื่องมะเร็งลำไส้ โทร..093-974-5878 Line : 989shop ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก: Share-si

สาระน่ารู้
แชร์ไว้เลย!!!”กรดไหลย้อน” หายได้เพียงกิน “ผักต้ม”คู่กับสิ่งนี้

โรคกรดไหลย้อน หมายถึงภาวะที่กรดหรือน้ำย่อยในกระเพาะไหลย้อนมาในหลอดอาหาร ทำให้เกิดการอักเสบของหลอดอาหาร ผู้ป่วยจะมีอาการเจ็บหน้าอก โรคกรดไหลย้อนมีหลายสาเหตุ ทั้งจากความเครียด, จากพฤติกรรมการรับประทาน เช่น ทานอาหารรสจัด อาหารมัน อาหารทอด ทานอาหารเสร็จแล้วนอนเลย ฯลฯ คำแนะนำทั่วไปในการรับประทานอาหารสำหรับผู้ที่เป็นโรคกรดไหลย้อน (ผู้มีสุขภาพดีก็ควรปฏิบัติ) 1. ใน 2 – 3 คำแรกของอาหารแต่ละมื้อ ควรรับประทานโปรตีนจากเนื้อสัตว์ เช่น เนื้อไก่ เนื้อปลา ฯลฯ ก่อนอาหารประเภทอื่น เพราะการทานโปรตีนในคำแรกจะเป็นการกระตุ้นการสร้างน้ำย่อย เป็นการบอกร่างกายว่า ถึงเวลาที่จะต้องย่อยอาหารแล้ว และที่สำคัญอย่าลืมเคี้ยวให้ละเอียด และโปรดจำไว้ว่า ใน 2 – 3 คำแรก อย่าทานของเผ็ด ของเปรี้ยว ของมัน ผักสด ผลไม้สด ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม น้ำตาล ผักต้ม และข้าว (เรียงลำดับโทษจากมากไปน้อย) 2. เมื่อทานอาหารอื่นไปครึ่งมื้อแล้ว ค่อยเริ่มทานผักต้ม …

สาระน่ารู้
สัญญาณอันตราย !!10 อาการ ที่บอกว่าคุณเป็น “โรคมะเร็ง”

ส่วนใหญ่แล้วอาการเจ็บป่วยต่างๆ ก็มักจะส่งสัญญาณให้เรารู้ตัวกันทั้งนั้น เพื่อให้เราหาทางรักษาได้อย่างทันท่วงที ซึ่งโรคมะเร็งก็เช่นกัน สัญญาณเพียงเล็กๆ น้อยๆ ก็สามารถบ่งบอกได้ แต่ทว่าคนเรากลับมักจะละเลยความเปลี่ยนแปลงทางร่างกายที่เกิดขึ­­้นเพียงเล็กน้อย แต่ว่าจะมีสัญญาณสุขภาพใดบ้างที่บ่งบอกให้เราทราบได้ว่าเรากำลั­­­งเผชิญอยู่กับโรคมะเร็ง มาดู 10 สัญญาณของโรคมะเร็งที่คนเรามักมองข้าม มารู้กันไว้ซะ ก่อนจะสายเกินแก้ 1. มีก้อนเนื้อเกิดขึ้นในร่างกาย การที่ร่างกายของเรามีก้อนเนื้อแปลกปลอมเกิดขึ้น นั่นก็อาจจะเป็นสัญญาณของโรคมะเร็งได้ เช่นมะเร็งเต้านมในผู้หญิงเป็นต้น คนที่มีก้อนเนื้อแปลกปลอมส่วนใหญ่ถ­ึง 77% ไม่คิดว่าก้อนเนื้อเหล่านั้นเป็นสัญญ­าณอันตรายของโรคที่ร้ายแรง ซึ่งนั่นทำให้กว่าจะรู้ตัวว่าตนเองเป็นโรคมะเร็งก็สายเกินไปเสี­­­ยแล้ว ดังนั้นหากคลำเจอก้อนเนื้อแปลกปลอม ควรไปพบแพทย์เพื่อทำการตรวจโดยละเอียดจะดีกว่านะ 2. อาการไอ และเสียงแหบแห้ง เวลาคนเราเป็นไข้หวัดก็มักจะมีอาการไอร่วมด้วยอยู่เสมอ แต่ถ้าหากคุณหายจากอาการไข้หวัดแล้วยังคงไออยู่ตลอดไม่หายเสียท­­­ีละก็ ก็อาจจะเป็นสัญญาณของมะเร็งปอด มะเร็งในต่อมไทรอยด์ หรือมะเร็งต่อมน้ำเหลืองได้เช่นกัน โดยอาการอย่างต่อเนื่องและตลอดเวลานั้นเป็นสัญญาณหนึ่งที่สำคัญ­­­แต่คนเรากลับละเลย และคิดว่าที่ไอนั้นเป็นเพราะสาเหตุอื่น ซึ่งจริง ๆ แล้วถ้าหากคุณมีอาการไอติดต่อกันเป็นเวลานาน ก็ควรจะไปพบแพทย์จะดีกว่า จะได้ทราบสาเหตุที่แท้จริงค่ะ 3. ความผิดปกติในระบบย่อยอาหาร โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่จะส่งผลให้ระบบการย่อยอาหารเกิดความผิดปกต­ิ รวมทั้งระบบขับถ่ายก็จะผิดปกติตามไปด้วย ดังนั้นถ้าหากคุณรู้สึกว่าอาหารไม่ย่อยบ่อย ๆ หรือแม้แต่เกิดอาการท้องผูกที่รุนแรงละก็ ควรไปพบแพทย์เพื่อให้แน่ใจว่าอาการเหล่านั้นไม่ใช้สัญญาณของการ­­­เกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ จะได้ไม่ต้องมานั่งวิตกกังวลกันทีหลัง 4. …