สาระน่ารู้

ควรรู้ไว้!!อาหารเช้าสำคัญที่สุด ในการป้องกันโรคอ้วนและเบาหวาน

ใครที่รับประทานอาหารเช้าเป็นประจำ ขอให้สบายใจได้ว่าเป็นมื้อที่มีประโยชน์ ป้องกันโรคอ้วน เบาหวาน และโรคหัวใจได้ดีที่สุด จากการประชุม ประจำปีของสมาคมแพทย์โรคหัวใจเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว มีการเสนอผลการวิจัยชื่อว่า CARDIA Study พบว่า อัตราการเกิดโรคที่เรียกว่าภาวะดื้อต่ออินสุลินทำให้อ้วน และโรคเบาหวาน มีอัตราลดลงในผู้ที่รับประทานอาหารเช้าอย่างสม่ำเสมอถึง 35-50 % เทียบกับผู้ที่ไม่รับประทาน คณะผู้วิจัย เชื่อว่าอาหารเช้าเป็นอาหารมื้อที่สำคัญที่สุด ในการป้องกันเบาหวาน และโรคที่เกี่ยวกับเส้นเลือดหัวใจ Dr. Mark A. Pereira กล่าว ” การรับประทานอาหารเช้า จะช่วยให้คุณสามารถควบคุมความหิวในมื้อถัดไปได้ดีขึ้น ” ภาวะดื้อต่ออินสุลิน คือภาวะที่ร่างกายไม่สามารถเอาน้ำตาลไปใช้ได้เนื่องจากเนื้อเยื่อต่าง ๆ ไม่ค่อยตอบสนองต่อฮอร์โมนอินสุลิน ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูง ปัจจัยที่ทำให้เกิดภาวะดื้อต่ออินสุลินได้แก่ ไขมันสูง ความอ้วน ความดันโลหิตสูง คนไข้เหล่านี้มักอ้วน และมีไขมันในเลือดสูง และมีอัตราเสี่ยงต่อโรคเส้นเลือดสมองและหัวใจ ผลการทดลองนี้ยืนยันในกลุ่มคนผิวขาวทั้งชายและหญิง และชายผิวดำ (ในหญิงผิวดำ ไม่สามารถป้องกันได้ เหตุผล ไม่ทราบ ต้องทดลองต่อไป) ในชาวเอเชีย …

สาระน่ารู้

อันตราย!! แพทย์เตือนผู้ที่ไม่เคยย้อมผม ไม่ควรย้อมผม อาจทำให้เป็นโรคมะเร็งหนังศีรษะ

การย้อมสีผมบ่อยๆ อาจทำให้เส้นผมที่ผ่านสารเคมีไม่แข็งแรง หลุดร่วงได้ง่าย และยังทำให้หนังศีรษะระคายเคือง ส่งผลให้เป็นแผล หนังศีรษะแห้งและอาจนำไปสู่โรคมะเร็งหนังศีรษะได้ ทั้งนี้ นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ ผู้อำนวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติ ได้กล่าวว่า ผู้ที่ยังไม่เคยย้อมผมไม่ควรย้อมสีผม โดยเฉพาะคนที่ผมบางหรือผมน้อยอยู่แล้ว เพราะการย้อมผม ทำให้รากผมไม่แข็งแรง ผมหลุดร่วงได้ง่าย ส่วนคนที่เคยย้อมอยู่แล้ว ก็ไม่ควรย้อมเกิน 9 ครั้งต่อปี เพราะอาจทำให้สารเคมีเข้าไปสะสมในร่างกายได้ ยาย้อมผมตามท้องตลาดมี 3 ประเภท ประเภทสีชั่วคราว ซึ่งประเภทนี้ถ้าสระผมแล้วสีก็จะหายไป เนื่องจากว่าเป็นการเคลือบสีเส้นผมชั้นนอก ประเภทสีกึ่งถาวร หรือเรียกว่าสีโกรกผม สามารถปิดหงอกได้ไม่เกิน 30% ซึ่งถ้าสระผม 5-6 ครั้ง ก็จะค่อยๆ หลุดออกไปทีละนิด ประเภทสีย้อมถาวร หรือเรียกว่าสีย้อมผม ซึ่งสีประเภทนี้จะติดผมและปกปิดผมได้ และสระแล้วสีไม่ลอกออก แต่วิธีนี้งานวิจัยระบุว่าจะทำให้ขนาดของโครโมโซมในร่างกายเสียหาย ถ้าย้อมบ่อยๆ จะทำให้เซลล์กลายพันธุ์หรืออาจจะกลายเป็นเซลล์มะเร็งได้ น้ำยาย้อมผมประกอบด้วยสาเครมีที่มีฤทธิ์เป็นกรดและด่าง 5 ตัวหลักๆ ดังนี้ สารไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ เป็นสารฟอกสีผมและฆ่าเชื้อโรค จึงมีฤทธิ์ในการทำลายเส้นผม …

สาระน่ารู้

อาหารที่โรคไตมะเร็งและโรคหัวใจชอบ ที่เราควรเลี่ยงมีอะไร มาดูกัน

สุขภาพตามศาสตร์แพทย์แผนจีน แนะไว้ดังนี้ อาหาร 10 อย่างที่ไม่ควรทานมากเกินไป เพราะเสี่ยงไตทำงานหนัก มะเร็ง โรคหัวใจ ฯลฯ 1. ไข่เยี่ยวม้า : ไข่เยี่ยวม้ามี ตะกั่วค่อนข้างสูง ตะกั่วทำให้การดูดซึมแคลเซียมน้อยลง กินบ่อยๆ จะเสี่ยงโรคกระดูกโปร่งบาง และอาจได้รับพิษตะกั่ว เช่น สมองเสื่อม เป็นหมัน ฯลฯ 2. ปาท่องโก๋ : กระบวนการทำปาท่องโก๋มีการใช้สารที่ทำให้กรอบ ฟู ซึ่งมีตะกั่วปนเปื้อน ตะกั่วทำให้ไตทำงานหนักในการขับสารนี้ออกไป นอกจากนั้นยังทำให้คอแห้ง เจ็บคอง่าย โดยเฉพาะคนที่เป็นโรคร้อนในได้ง่าย 3. เนื้อย่าง : กระบวนการรมไฟ ย่างไฟทำให้เกิดสาร เบนโซไพรีน ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง 4. ผักดอง : ผักดอง และของหมักเกลือทำให้ร่างกายได้รับเกลือโซเดียมสูง ถ้ากินบ่อยเกิน หรือมากเกินจะทำให้หัวใจทำงานหนัก เกิดความดันเลือดสูง และโรคหัวใจได้ง่าย นอกจากนั้นกระบวนการหมักดองยังทำให้เกิดสารแอมโมเนียมไนไตรด์ ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง …

สาระน่ารู้

โรคร้ายไม่ใช่เรื่องของกาลเวลา แต่มันคือสิ่งที่เกิดจากการกระทำ

มนุษย์หลายคนคิดว่า การที่คนเราเกิดมา มีแก่ มีเจ็บป่วย แล้วก็ตายนั้น เป็นเรื่องที่ปกติมาก แต่รู้หรือไม่ว่า ทุกวันนี้ คนเราแก่ไวขึ้น ป่วยไวขึ้น แล้วก็ตายเร็วขึ้น หากใครที่สามารถมีชีวิตอยู่ได้ถึง 80 ปีขึ้นไป นั่นแสดงว่าชีวิตของคุณมีกำไรมากแล้ว แต่ก็จะมีคนบางกลุ่มที่ิคิดว่า การมีโรคก็เป็นเรื่องปกติ แต่ทุกวันนี้ขอใช้ชีวิตแบบสุดๆไปก่อนเลย เช่น การดื่มเหล้า สูบบุหรี่ ปาร์ตี้แถมนอนดึก เพราะในขณะที่เรายังหนุ่ม เราก็จะรู้สึกว่าร่างกายของเราแข็งแรง ทำอะไรเข้าไปในร่างกายก็คงไม่มีผลอะไร แต่เมื่อเวลาผ่านไป ร่างกายจะเริ่มตอบสนอง ต่อสิ่งที่เราได้กระทำลงไป นั่นคือการนำของที่เราเคยสะสมไว้ ออกมาเป็นอาหารเสริมให้กับโรคต่างๆ เช่นการดื่มสุรา ทำให้เป็นตับแข็ง การสูบบุหรี่ ทำให้เป็นโรคมะเร็งปอด หรือโรคร้ายอื่นๆ ตามมา พอในตอนนี้เมื่อเรารู้สึกว่าเราเจ็บป่วย เราจะนึกย้อนไปในตอนที่เรากิน เที่ยว ดื่มแบบเต็มที่ว่า แท้จริงแล้ว โรคต่างๆเหล่านี้ ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะความชรา หรือเวลา แต่เกิดจากการกระทำของเราทั้งนั้น แล้วถ้าวันนี้เราหัดที่จะดูแลตัวเองละ ภายในอนาคตเราก็จะเป็นคนที่มีความสุข ดังคำพระท่านว่า สุขใดเล่า ก็ไม่เท่าสุขกาย …

สาระน่ารู้

7 เทคนิคทางวิทยาศาสตร์ ที่จะช่วยให้คุณหลุดพ้นจากอาการนอนไม่หลับ การมีภูมิสมดุล

มีปัญหานอนไม่หลับหรือเปล่า? ถ้างั้นก็อย่าแค่นอนเครียดๆบนเตียงเลย Tech Insider มี 6 ทริคเจ๋งๆทางวิทยาศาสตร์มาแนะนำหากคุณมีอาการนอนไม่หลับ ไปดูกันเลย 1. ถ้าคุณหลับไม่ลง ก็ลุกจากเตียงซะ ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าถ้าคุณนอนคิดนู่นคิดนี่หัวสมองไม่หยุดนิ่งเสียทีบนเตียง คุณจะเชื่อมโยงความรู้สึกเชิงลบต่อที่ที่คุณหลับ ดังนั้นลุกไปนั่งอ่านหนังสือบนเก้าอี้ซะ 2. ปิดโทรศัพท์ แสงสีน้ำเงินจากหน้าจอโทรศัพท์สามารถหลอกความคิดคุณได้ว่ามันเป็นเวลาตอนกลางวัน 3. ลองนั่งสมาธิหรือฝึกการผ่อนคลายดู ร่างกายของคุณจะสร้างฮอร์โมนความเครียดขึ้นมาหากคุณรู้สึกกังวลใจ ลองผ่อนคลายส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายดู เริ่มจากนิ้วเท้าและไล่ขึ้นมาเรื่อยๆ คนส่วนใหญ่จะหลับไปก่อนที่จะขึ้นมาถึงหัวเสียอีก 4. มันอาจฟังดูย้อนแย้งกับสัญชาตญาณ แต่ลองพยายามตื่นตัวอยู่ตลอดเวลาดู มันจะหลับได้ง่ายขึ้นเมื่อคุณไม่จมอยู่กับมัน การศึกษาชนิดหนึ่งแสดงให้เห็นว่าหากเรามุ่งพยายามตื่นตัวอยู่ตลอดเวลามันจะมีผลกระทบที่ตรงข้ามกัน 5. ทำให้เป็นกิจวัตร ยิ่งคุณตั้งเวลาเข้านอนอย่างสม่ำเสมอมากเท่าไหร่ ร่างกายของคุณก็จะจดจำได้ถึงเวลาเข้านอนเร็วเท่านั้น 6. ทำอะไรสักอย่างซึ่งไม่มีเหตุผล ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ลองนับเลขถอยหลังจาก 100 ถึง 0 หรือลองนับแกะดู เพราะว่ายิ่งคุณเบื่อมากขึ้นเท่าไหร่ คุณก็จะหลับไวขึ้นเท่านั้น 7. การสร้างภูมิคุ้มกันในร่างกายให้มีภูมิสมดุล ร่างกายของคนเราตอนที่เกิดมานั้น มีความสมบูรณ์แบบทุกอย่าง ทั้งในด้านภูมิคุ้มกัน มีความสมดุล แต่เนื่องจากการดำเนินชีวิต ประสบการณ์ที่ผ่านเข้ามา ความเครียด …

สาระน่ารู้

อึ้ง!!ชาวประมง ไปตกปลา แต่กลับได้ “ขวดพลาสติก” เน่าๆมา พอดูด้านหลังทำเอาตะลึง

เราต้องยอมรับเลยว่าสิ่งที่น่ากลัวที่สุดในโลกนี้ก็คือ “มนุษย์” เพราะมนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตเพียงชนิดเดียว ที่สามารถคร่าชีวิตกันเองและผู้อื่น เพียงเพื่อที่จะตอบสนองความต้องการ หรือตัณหาของตัวเองได้ เมื่อไม่นานมานี้เว็บไซต์ต่างประเทศได้แบ่งปันเรื่องราวของหนุ่มประมงรายหนึ่ง เมื่อเขาไปตกปลาอยู่ที่ริมแม่น้ำ แต่กลับไม่ได้ปลา ได้ขวดพลาสติกสกปรกๆติดขึ้นมาแทน แต่พอพลิกขวดดูอีกด้านยิ่งอึ้งหนักกว่าเดิม เพราะมันมีสิ่งมีชีวิตตัวเป็นๆติดขึ้นมาด้วย นั่นก็คือเต่านั่นเอง พอลองดูชัดๆกลับพบว่ามีคนเอาขวดทากาวไปติดไว้บนกระดองมัน (ถ้าเป็นแบบนี้แล้วเจ้าเต่ามันจะดำน้ำหากินได้ยังไงนะ) มันคงได้แต่ลอยไปลอยมาอยู่บนผิวน้ำ เมื่อลองสังเกตดีๆจะพบว่าตัวของเต่าเต็มไปด้วยคราบสกปรก แล้วก็ไม่รู้เลยว่ามันเป็นแบบนี้มานานแค่ไหนแล้ว ด้วยความรู้สึกผิด หนุ่มจึงรีบคว้าตัวมันขึ้นมา แล้วค่อยๆทำการแกะขวดน้ำออกจากตัวมัน พร้อมทั้งโกรธคนที่ทำ คิดไม่ถึงเลยว่ามนุษย์จะโหดร้ายรังแกสัตว์ได้ถึงขนาดนี้ สุดท้ายหนุ่มจึงรีบนำตัวเจ้าเต่าปล่อยคืนลงสู่แม่น้ำ แม้ว่าบนกระดองของมันก็ยังคงมีคราบกาวติดอยู่ แต่ตอนนี้มันก็ถูกปลดพันธนาการ กลับคืนสู่อิสรภาพแล้ว   มีมนุษย์จำนวนไม่น้อยที่มักจะรังแกสิ่งมีชีวิตอื่นๆ เพราะความสนุก โดยไม่คิดถึงจิตใจสิ่งมีชีวิตร่วมโลกอื่นๆเลย โชคดีที่หนุ่มคนนี้เข้าไปเจอได้พอดี ไม่อยากคิดเลยว่าถ้าเขาไม่เจอมันเข้า มันจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้นานเท่าไหร่ …. ขอขอบคุณข้อมูลจาก liekr